บล็อกเกอร์สายกีฬาและบทวิเคราะห์เชิงข้อมูลล gmjournal.net

Latest Posts

ตำนานไพ่ทาโร่ต์ (ไพ่ยิปซี) จากเกมส์ไพ่มาสู่ศาสตร์แห่งการทำนายชั้นสูงได้อย่างไร

ตำนานไพ่ทาโร่ต์ (ไพ่ยิปซี) จากเกมส์ไพ่มาสู่ศาสตร์แห่งการทำนายชั้นสูงได้อย่างไร

ไพ่ยิปซี หรือ ไพ่ทาโรต์ (Tarot) เป็นหนึ่งในศาสตร์การทำนายที่ท้าทายต่อวิทยาการสมัยใหม่เป็นอย่างมาก เนื่องจากความลึกลับที่สามารถให้คำทำนายได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ หรือการคำนวณสถิติจากวันเดือนปีเกิดแต่อย่างใด เพียงแค่อาศัยจิตอันเป็นสมาธิแน่วแน่ ในการสื่อสารกับจิตวิญญาณหรือพลังงานบางอย่างผ่านรูปภาพเชิงสัญลักษณ์และเรื่องราวบนตัวไพ่ เพื่อขอคำชี้แนะ หรือแนวทางในการใช้ชีวิตต่อไปข้างหน้าได้อย่างเหมาะสม

ที่มาของไพ่ยิปซี
ไพ่ยิปซี หรือทาโร่ต์ มีความคลุมเครือไม่ปรากฏที่มาแน่ชัดว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ใด แต่สันนิษฐานว่ามีที่มาจากพวกดราวิเดียน (กลุ่มชนเร่ร่อนที่ถ่ายทอดอารยธรรมให้แก่ชาวบาบิโลเนียน) การเคลื่อนย้ายของประชากรจำนวนหนึ่งที่ไปตั้งรกรากอยู่ในประเทศอียิปต์ และการปรากฏตัวของชนกลุ่มนี้ในประเทศอังกฤษเป็นต้นกำเนิดที่มาของคำว่า “ยิปซี”

เชื่อกันว่าไพ่มีต้นกำเนิดทางตอนเหนือของอิตาลีช่วงปลายศตวรรษที่ 14 – 15 เนื่องจากภาพหลายภาพของ Major Arcana มีความคล้ายคลึงกับภาพสลักในช่วงต้นของบทกวีอิตาลี โดยมีรูปแบบคล้ายกับเกมส์ไพ่ชื่อ Tarocchi ที่มี 22 ใบเหมือนกัน ต่อมาภายหลังไพ่ถูกเรียกเป็น Torot เมื่อแพร่หลายเข้าสู่ประเทศฝรั่งเศส ไพ่ยิปซีไม่ได้ถูกมองเป็นสัญลักษณ์เชิงลึกลับจนกระทั่งปลายศตวรรษที่ 18 เมื่อชายที่ชื่อ Antoine Court de Gébelin ได้เขียนหนังสือ (The Book Of Thoth) เชื่อมโยงไพ่กับตำนานอียิปต์โบราณโดยอ้างว่าสัญลักษณ์บนไพ่ทาโรต์มาจากภูมิปัญญาลับแห่งพระผู้เป็นเจ้าที่มีนามว่า Thoth จนกระทั่งปี ค.ศ.1780 จึงพบหลักฐานการดัดแปลงไพ่ทาโรต์เพื่อจุดประสงค์ในการทำนายเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส

ล่วงมาจนถึงศตวรรษที่ 19 ไพ่ยิปซีได้มีการพัฒนารูปแบบเรื่อยมา จนมีความเป็นเอกภาพมากขึ้นเมื่อสำนักยิปซีฝรั่งเศส ได้สังคายนาไพ่ยิปซีครั้งใหญ่ โดยตีความว่าไพ่ยิปซีชุดหลักทั้ง 22 ใบ ว่ามีความเกี่ยวโยงกับอักขระ 22 ตัวของภาษาฮิบรูโบราณ ต่อมาในปี 1909 อาเทอร์ เอดเวิร์ด เวต (Arthur Edward Waite) ได้ว่าจ้างศิลปินหญิงชาวอังกฤษนามว่า พาเมลา โคลแมน สมิธ ให้วาดภาพไพ่ชุด Rider Waite เพื่อเป็นภาพประกอบหนังสือให้แก่บริษัท ไรเดอร์ (Rider) ผู้ผลิตไพ่และตำรายิปซีพยากรณ์ ไพ่ชุดนี้ได้รับการยอมรับจากนักพยากรณ์ยิปซีทั่วโลกว่าเป็นต้นแบบไพ่ยิปซี ที่ครบถ้วนด้วยสัญลักษณ์ทางธรรมชาติและที่มนุษย์คิดค้นขึ้น รวมทั้งรูปทรงเรขาคณิต ตลอดจนความหมายหรือสัญลักษณ์ทางศาสนาคริสต์ มีชื่อเสียงที่สุดจวบจนทุกวันนี้

ไพ่ยิปซีมีอะไรบ้าง และมีความหมายอย่างไร
ไพ่ยิปซี ในหนึ่งสำรับมีจำนวนทั้งสิ้น 78 ใบ จึงสามารถบอกรายละเอียดอันหลากหลายในการทำนายชีวิตได้มากมาย ประกอบด้วย ไพ่ชุดหลัก (Major Arcana) 22 ใบ และชุดรอง (Minor Arcana) 56 ใบ แบ่งออกเป็น 4 ชุดย่อย ชุดละ 14 ใบ ตามสัญลักษณ์ได้แก่ เหรียญ (Pentacles, Discs, Coins) ถ้วย (Cups, Chalices) ดาบ (Swords) และไม้เท้า (Wand) ซึ่งสัญลักษณ์ทั้งหมดใช้แทนธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ

  • ไพ่เหรียญ ธาตุดิน เกี่ยวกับเรื่องทางกายภาพ สสาร มักใช้ทำนายเรื่องการเงิน
  • ไพ่ถ้วย ธาตุน้ำ เกี่ยวกับความรักความสัมพันธ์
  • ไพ่ดาบ ธาตุลม ความมีเหตุผล ตรรกะการตัดสินใจต่าง ๆ ในชีวิต
  • ไพ่ไม้เท้า ธาตุไฟ หน้าที่การงาน หรือแรงขับเคลื่อนต่าง ๆ

การทำนายด้วยไพ่ยิปซีจะเเม่นยำเเค่ไหนนั้น ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการตีความหมายจากนักพยากรณ์ และการทำจิตให้เป็นสมาธิทั้งจากนักพยากรณ์และผู้รับคำทำนาย การทำนายด้วยไพ่ยิปซีอาจช่วยให้มองเห็นภาพรวมในปัจจุบัน รวมถึงการช่วยชี้แนะแนวทางแก้ปัญหาในอนาคตได้ แต่จำไว้ว่าคนที่รู้ปัญหาและสามารถแก้ไขได้ตรงจุดที่สุดนั้นก็คือ ตัวคุณเอง

เทคนิครักษาสุขภาพ ส่งเสริมให้ระบบขับถ่ายทำงานดี

เทคนิครักษาสุขภาพ ส่งเสริมให้ระบบขับถ่ายทำงานดี

เรื่องของสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่ต้องอยู่กับเราไปตลอด เราจึงควรหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายอย่างเต็มที่ เพื่อให้เราสามารถดำเนินชีวิตประจำวันและทำกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขับถ่ายเป็นสิ่งที่ถือเป็นกิจวัตรประจำวันของทุกคน เพราะการที่เราจะมีระบบการขับถ่ายที่ดีได้นั้นจะต้องมีการนำของเสียที่ตกค้างอยู่ในร่างกายออกไปเป็นประจำทุกวัน อย่างที่เราทราบกันว่าประโยชน์ของการขับถ่ายนั้นมีมากมาย นอกจากจะทำให้ร่างกายเราทำงานเป็นปกติแล้ว ยังช่วยทำให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย ช่วยให้ผิวพรรณของเรามีความสดใสมากยิ่งขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับระบบการขับถ่ายอีกด้วย

การรับประทานอาหารเป็นวิธีการที่มีความสำคัญต่อระบบขับถ่ายเป็นอย่างมาก ด้วยที่ว่าอาหารที่มีเส้นใยไฟเบอร์สูง ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ จะเป็นอาหารที่ช่วยทำให้ผู้ที่มีปัญหาในด้านของการขับถ่ายยาก มีท้องผูก ขับถ่ายได้ดีขึ้น โดยที่ไม่ได้เป็นการขับถ่ายที่เป็นลักษณะท้องเสียแต่เป็นการขับถ่ายที่เป็นปกติ ซึ่งปริมาณในการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์เยอะ ๆ นั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและสุขภาพของแต่ละคน โดยเราสามารถปรึกษานักโภชนาการและนักกำหนดอาหารเพิ่มเติมได้ เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสม

ลำดับต่อมาคือการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เชื่อได้ว่าหลาย ๆ คนที่มีอาการท้องผูกส่วนใหญ่คือจะดื่มน้ำในปริมาณน้อย ไม่ได้ดื่มน้ำจำนวน 6-8 แก้วต่อวัน ข้อปฏิบัติสำคัญก็คือ เมื่อตื่นนอนตอนเช้าขึ้นมาให้เราดื่มน้ำก่อนประมาณ 1 แก้ว เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้วให้ดื่มน้ำตามทุก ๆ ครั้ง ในปริมาณที่เหมาะสม ก่อนนอนก็ดื่มน้ำสักเล็กน้อย เพื่อช่วยให้สามารถขับถ่ายได้ง่ายขึ้น

อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน นั่นก็คือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ข้อดีของการออกกำลังกายคือช่วยให้ลำไส้ได้มีการเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย ขยับร่างกาย ก็มีส่วนช่วยให้เราสามารถขับถ่ายได้ดีขึ้น ในส่วนของประเภทการออกกำลังกายนั้นก็สามารถเลือกได้หลากหลายประเภท ทั้งการวิ่ง การเล่นโยคะ การปั่นจักรยาน เป็นต้น ดังนั้นเราจึงมักจะสังเกตเห็นว่าหลาย ๆ คนที่ผิวพรรณดี ขับถ่ายปกตินั้น จะมีการดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ

ทั้งหมดนี้นั้นไม่ว่าจะเป็น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีกากใย การออกกำลังกาย การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นวิธีที่ช่วยส่งเสริมให้เราสามารถขับถ่ายได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมทั้งหมดของร่างกาย

ข้อดีของการเลี้ยงสุนัขและแมว

ข้อดีของการเลี้ยงสุนัขและแมว

สุนัขและแมว เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งคนไทยนิยมเลี้ยงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะคู่แต่งงานยุคใหม่ที่ยังไม่พร้อมมีลูก หรือครอบครัวใหญ่ที่มีผู้สูงอายุวัยเกษียณ เรามาดูกันว่า ข้อดีของการมีเลี้ยงสุนัขและแมวในบ้านจะมีอะไรบ้าง

1.ทำให้ผู้สูงอายุไม่เหงา
โดยธรรมชาติของสุนัขและแมว เป็นสัตว์ที่พร้อมเรียนรู้และมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจ้าของ บางสายพันธุ์อาจเข้าใจคำสั่งและอารมณ์ของเจ้าของได้มากมาย จึงเปรียบเสมือนเพื่อนใกล้ชิดที่ช่วยลดความเหงาให้แก่สมาชิกในบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุวัยเกษียณที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว การได้เล่นพูดคุยกับสัตว์เลี้ยงจะทำให้อารมณ์แจ่มใส และลดปัญหาโรคสมองเสื่อมก่อนวัยได้

2.ฝึกความรับผิดชอบของเจ้าของ
มีหลายคนที่ถูกชะตาสุนัขและแมวบางตัว จนรับมาอุปการะเลี้ยงดู ทำให้ได้ฝึกความรับผิดชอบของตัวเองมากขึ้นโดยปริยาย เพราะต้องคอยดูแลให้อาหารเป็นเวลา พาสุนัขไปขับถ่าย เปลี่ยนทรายแมวเป็นประจำ แถมยังต้องคอยหมั่นอาบน้ำ พาไปตัดขนเป็นระยะอีกด้วย การมีสัตว์เลี้ยงจึงเท่ากับเป็นการปรับเปลี่ยนนิสัยให้แก่เจ้าของได้เป็นอย่างดี

3.สร้างรายได้จากคลิปยูทูป
โดยส่วนใหญ่แล้ว คนที่มีสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมว มักเริ่มต้นจากความรัก แต่ด้วยความน่ารักของสัตว์เหล่านั้น จึงทำให้อัดคลิปกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ และอยากแบ่งปันความสุขให้กับผู้อื่นบ้าง จึงเกิดการเปิดช่อง YouTube ที่มีผู้ติดตามมากมายในภายหลัง และเมื่อผ่านกติกาสร้างรายได้ของ youtube ก็มีรายได้จากยอดวิวและโฆษณาตามมาตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสนบาทได้

4.มียามเฝ้าบ้านตลอดเวลา
สุนัขและแมวมีประสาทสัมผัสทางการมองเห็นและจมูกดมกลิ่นที่ไวมากกว่าคนหลายเท่าตัว หากมันรู้ว่ามีสัตว์ร้าย เช่น งู เข้ามาในบริเวณบ้าน หรือ ได้ยินเสียงคนเดินยามวิกาล ก็จะส่งเสียงเตือนเป็นสัญญาณให้เจ้าของบ้านรู้ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น นับว่าสัตว์เลี้ยงเหล่านี้เป็นยามชั้นดีให้แก่คุณให้อุ่นใจได้

5.ช่วยลดความเครียดจากการทำงาน
เจ้าของที่อยู่ในวัยทำงานมักมีระดับความเครียดสูง เนื่องจากต้องทำงานหนักให้เพียงพอต่อค่าครองชีพ แถมยังต้องพยายามหารายได้เสริม เพิ่มเงินเก็บออมอีกด้วย การทำงานอย่างต่อเนื่อง 10-12 ชั่วโมง จะทำให้มีความเครียดสะสมสูง เมื่อมีสุนัขและแมวรออยู่ที่บ้าน จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น มีการศึกษาพบว่า การพูดคุยหรือกอดสัตว์เลี้ยง จะช่วยให้ระดับความเครียดลดลงได้อย่างมาก

การมีสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวในครอบครัว ส่งผลดีได้หลายด้าน ทั้งช่วยลดความเครียด แก้เหงา ปรับเปลี่ยนนิสัยให้เป็นคนรับผิดชอบมากขึ้น ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ต้องเลือกสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงที่มีอุปนิสัยเหมาะกับแต่ละครอบครัว และวางแผนพื้นที่เลี้ยงดูที่เหมาะสม สร้างความสะดวกสบายให้กับสัตว์เลี้ยงด้วย จึงจะไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมา

5 เหตุผลที่ลดน้ำหนักอย่างไรก็ทำไม่สำเร็จ

5 เหตุผลที่ลดน้ำหนักอย่างไรก็ทำไม่สำเร็จ

ทุกวันนี้คนอายุเกิน 40-50 ปีเป็นโรคอ้วนน้ำหนักเกิน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพนำไปสู่โรคร้ายหลายโรค การลดน้ำหนักเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่รักการกินเป็นชีวิตจิตใจ มีคนจำนวนมากที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีผิด ๆ เช่น พึ่งยาลดความอ้วน กินแล้วล้วงคออาเจียน ลดแคลอรี่รับประทานอาหารน้อยลงจนเกือบอดอาหาร แล้วก็สงสัยว่าเดินและออกกำลังกายแทบทุกวัน แต่ทำไมลดน้ำหนักไม่ได้เสียที มีคำตอบเดียวคือ “ทำผิดวิธี”

เมื่อคนเราอายุมากขึ้น จะมีข้อจำกัดหลายอย่างทั้งสุขภาพร่างกายและข้อต่อที่เสื่อมสภาพ แม้พยายามออกกำลังกายให้หนัก แต่ร่างกายกลับมีอาการปวดเนื้อตัวกลายเป็นโทษไปเสียอีก มาดูกันว่าเพราะเหตุใดบ้างที่ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ เพื่อจะได้ปรับวิธีการใหม่ให้ถูกต้อง

1.รับประทานอาหารไม่ถูกหลัก
ถ้ารับประทานอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการแล้ว ไม่ว่าจะรับประทานอาหารแบบใด ความพยายามลดน้ำหนักก็จะไม่ได้ผล อาหารไขมันต่ำอย่างไดเอทโซดาและขนมปังขาวไม่เหมาะสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก ให้เปลี่ยนเป็นขนมปังโฮลวีทหรือขนมปังแบบโฮลเกรนแทน เพราะให้ไฟเบอร์จากธัญพืช ได้รับสารอาหารที่ดีกว่า หลายคนคิดว่าในช่วงลดน้ำหนักเลือกรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำก็ดีพอแล้ว แต่กลับกินเบคอนทุกวันหรือกินอาหารแปรรูปบ่อย ๆ อย่างไส้กรอก, ขนมเบเกอรี่, บิสกิต หรือแม้แต่ซอส ยิ่งจะทำให้น้ำหนักเพิ่มและอ้วนง่าย เปลี่ยนมารับประทานผักผลไม้สดควบคู่กับอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ช่วยให้อิ่มพอดีและไม่เพิ่มน้ำหนักด้วย

2.ขาดการออกกำลังกายเสริมพลังกล้ามเนื้อ
เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจนตั้งตัวไม่ทัน แม้จะกินเท่าเดิมแต่ทำไมอ้วนขึ้น เหตุก็เพราะอัตราการเผาผลาญช้าลง ทำให้มีพลังงานส่วนเกิน อีกทั้งร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อประมาณ 3%-8% ทำให้กล้ามเนื้อหย่อนยาน และมีไขมันสะสมตามร่างกายง่ายขึ้น ส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนทำให้เสียสมดุล การออกกำลังกายที่เหมาะกับวัยเป็นประจำ จะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและกระตุ้นร่างกายให้เผาผลาญแคลอรีตลอดทั้งวัน

3.ขาดสารอาหารโปรตีน
เนื่องจากคนเรามีอายุมากขึ้นมักจะมีปัญหาเรื่องย่อยโปรตีนได้ยาก เกิดอาการท้องอืดเฟ้อ จึงรับประทานโปรตีนน้อยลงซึ่งส่งผลกระทบต่อการซ่อมเสริมมวลกล้ามเนื้อ เนื่องจากโปรตีนเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เมื่อมวลกล้ามเนื้อน้อยลง อัตราเผาผลาญพลังงานก็ลดลงด้วย

4.ยาอาจเป็นสาเหตุของเป็นปัญหา
เป็นธรรมดาที่ผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวต้องกินยาตามใบสั่งแพทย์เป็นประจำ ปริมาณยาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามโรคและอายุ ยาบางตัวส่งผลต่อน้ำหนักตัวและทำให้การลดน้ำหนักทำได้ยากขึ้น เช่น ยาแก้แพ้ที่มีส่วนผสมของไดเฟนไฮดรามีน ที่กระตุ้นให้อยากอาหาร ยาบางชนิดทำให้การเผาผลาญช้าลง หากเกิดปัญหาเช่นนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนตัวยาชนิดอื่นที่ไม่มีผลต่อน้ำหนักแทน

5.กินมากเกินไปในตอนกลางคืน
ลดน้ำหนักอย่างไรก็คงไม่ได้ผล คนที่กินจุบกินจิบหลังอาหารเย็นมักจะบริโภคแคลอรีโดยเฉลี่ย 200 กิโลแคลอรี ถือว่าไม่น้อยเลย เทียบได้กับไข่ต้ม 3 ฟอง, ชีสเบอร์เกอร์ครึ่งชิ้น, เฟรนช์ฟรายด์ขนาดเล็ก, เมลอน 500 กรัม, โค้ก 500 มิลลิลิตร เป็นต้น หยุดกินก่อนเวลา 19.00 น. ร่างกายจะเผาผลาญไขมันได้ดีกว่า คอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือดลดลง ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากใครที่เป็นคอลูกหนัง มีนัดยามดึกกับโปรแกรมบอลคู่เด็ดเป็นประจำแล้วอยู่ การปรับพฤติกรรมลดการกินมื้อดึกก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ

การลดน้ำหนัก เป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่ต้องเผชิญ โดยเฉพาะคนที่ทำงานนั่งโต๊ะ ไม่ได้ขยับร่างกายตลอดวัน ก็ยิ่งลดน้ำหนักได้ยาก ทางแก้ปัญหานี้คือ ต้องลดพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ดังที่เราแนะนำแล้วข้างต้น โดยเพิ่มพฤติกรรมที่เหมาะสม ทั้งกินอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกาย และการให้เวลากับร่างกายได้ค่อย ๆ ปรับตัวโดยไม่หักโหมหรือลดน้ำหนักแบบหวังผลรวดเร็วเกินไป หากทำได้ก็จะมีรูปร่างที่ดี ใส่เสื้อผ้าแล้วดูดีอย่างที่ต้องการ ที่สำคัญที่สุดคือจะได้มีสุขภาพดีด้วย

รู้หรือไม่ 5 พืชผักสมุนไพรใกล้ตัว มากสรรพคุณรักษาโรค

รู้หรือไม่ 5 พืชผักสมุนไพรใกล้ตัว มากสรรพคุณรักษาโรค

เรื่องโรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ขึ้นชื่อว่าอาการเจ็บป่วยจะมาเยือนเราตอนไหนก็ไม่สามารถรับรู้ได้ และหากเกิดขึ้นมาแล้ว การดูแลรักษาให้หายด้วยตัวเองน่าจะเป็นเรื่องง่ายและสิ้นเปลืองน้อยที่สุด วันนี้เราจะมาแนะนำพืช ผักใกล้ตัว 5 ชนิดที่หาได้ง่าย ๆ ในครัวหรือสวนของบ้าน สามารถใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคด้วยตัวเองง่าย ๆ ได้ มีชนิดไหนบ้าง มาเริ่มดูไปทีละรายการ ดังนี้

1.ใบโหระพา เป็นแหล่งของสารต้านโรคหลากชนิด โดยเฉพาะน้ำมันโหระพา มีองค์ประกอบของสารเคมี Methyl chavicol และ linalool รวมถึงบีตา แคโรทีนที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคได้ เช่น โรคหัวใจขาดเลือดและมะเร็ง นอกจากนี้การบริโภคโหระพาเป็นประจำนับเป็นการใช้ยารักษาอาการเจ็บป่วยบางประเภทไปในตัวด้วยเช่น อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้อาการท้องผูก รักษาอาการเหงือกอักเสบ และช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้

2.ตะไคร้ มีส่วนประกอบของสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก รวมถึงวิตามินเอ นับเป็นพืชผักในครัวที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกทั้งยังมีสรรพคุณทางยาใช้รักษาโรคได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการหวัด ปวดศีรษะ ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้จุกเสียด แน่นหน้าอก ลดความดันโลหิตสูง ช่วยลดอาการปวดและการอักเสบ ช่วยในการรักษาโรคเบาหวาน และยังสามารถใช้เป็นอาหารบำรุงไต ระบบประสาทและสมองด้วย

3.ขิง อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกัน ทั้งวิตามินเอ บี ซี โซเดียม โพแทสเซียมหรือแมกนีเซียม ส่วนที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์คือเหง้าแก่และอ่อน รวมทั้งลำต้นอ่อนและใบ ที่สำคัญคือขิงมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคได้หลายชนิดทั้งต้านโรคเบาหวาน แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ลดการจุกเสียด แน่นท้อง และยังช่วยลดน้ำตาลในเลือด รวมทั้งบรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ได้

4.ตำลึง เป็นพืชผักอีกชนิดที่มีส่วนประกอบของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายทั้งโปรตีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินเอและซี นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณใช้บำรุงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายด้วยไม่ว่าจะเป็นช่วยบำรุงสายตาและกระดูก ช่วยระบบย่อยอาหาร รักษาเลือดออกตามไรฟัน แก้โรคผิวหนัง ไข้หวัด รักษาโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และช่วยลดน้ำตาลในเลือด

5.กระเทียม ถือเป็นผักยอดฮิตที่กินดี กินง่าย แถมมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายทั้งช่วยป้องกันและรักษาโรคหวัด ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ ลดอาการท้องผูก ใช้เป็นสารยับยั้งการก่อมะเร็ง แก้ปัญหาผมหลุดร่วง ช่วยรักษาสิว นอกจากนี้ผู้ที่กินกระเทียมบ่อย ๆ ยังช่วยลดการสะสมของไขมันในเลือด อีกทั้งมีส่วนช่วยให้ควบคุมน้ำหนักได้ด้วย

เราไม่ควรมองข้ามพืชผักสมุนไพรในบ้านเหล่านี้ เนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและยังมีส่วนช่วยยับยั้งอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น อาการหวัดหรือท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพดีไปพร้อมกัน

ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกคืออะไร ทำไมบาร์โตเมว ถึงอยากให้บาร์ซ่าเข้าร่วมการแข่งขัน?

ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกคืออะไร ทำไมบาร์โตเมว ถึงอยากให้บาร์ซ่าเข้าร่วมการแข่งขัน?

แฟนฟุตบอลหลายคนคงทราบแล้วว่า โจเซฟ มาเรีย บาร์โตเมว (Josep Maria Bartomeu) บิ๊กบอสของ บาร์เซโลนา ยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลิกา สเปน ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานบริหารของสโมสรตามเสียงเรียกร้องของแฟนบอลเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากที่อดีตผู้บริหารวัย 57 ปี บริหารทีมได้อย่างย่ำแย่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แถมยังมีปัญหาไม่ลงรอยกับซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 ของทีมอย่าง ลีโอเนล เมสซี่ (Lionel Messi) อีกต่างหาก เมื่อทนกระแสวิจารณ์และกดดันที่มาจากรอบทิศทางไม่ไหว บาร์โตเมว จึงไม่มีทางเลือกนอกจากประกาศสละเก้าอี้ประธานสโมสร แต่ก็ยังไม่ทิ้งลายผู้บริหารเจ้าปัญหาไว้ให้แฟนบอลเจ้าบุญทุ่มได้ปวดหัวกันเล่น ๆ ด้วยการตอบตกลงพาบาร์เซโลนาเข้าร่วมรายการ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก (European Super League) ที่มีข่าวว่าจะจัดการแข่งขันขึ้นในเร็ว ๆ นี้ นั่นทำให้แฟนบอลหลายคนถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกว่ารายการ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก มันคือทัวร์นาเมนต์อะไร ต่างจากทัวร์นาเมนต์อันดับหนึ่งของโลกอย่าง ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ยังไง? วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก (European Super League) อธิบายง่าย ๆ คือ ทัวร์นาเมนต์ที่จะรวมเอาบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ระดับแถวหน้าของยุโรป (และของโลก) มาอยู่ในรายการเดียวกัน ถ้าถามว่ายิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ลองจินตนาการถึงรายการที่มีทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา, บาร์เยิร์น มิวนิค, เปแอสเช, ยูเวนตุส ฯลฯ แค่เห็นชื่อก็รับประกันถึงความยิ่งใหญ่ได้แล้ว แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าแบบนี้มันจะต่างจากรายการ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก (UEFA Champions League) ที่เตะกันทุกปียังไง? คำตอบก็คือ จริง ๆ แทบไม่ต่างกัน เพียงแต่ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก เป็นการรวมหัวของบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปที่มองว่าตัวเองมักถูกเอาเปรียบเรื่องรายได้จาก สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรปหรืยูฟ่า (UEFA) เจ้าของรายการยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก มากเกินไป ไม่ว่าจะเป็น ส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด, ส่วนแบ่งสปอนเซอร์, ส่วนแบ่งเงินรางวัล แม้แต่ส่วนแบ่งค่าตั๋วของผู้ชมในสนาม ซึ่งหลายสโมสรถูก ยูฟ่า ดูดเงินออกไปจนทำให้รายได้ไม่เข้าสู่สโมสรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ดังนั้น บรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่จึงเกิดแนวคิดที่ว่าจะรวมหัวกันไปตั้งรายการชิงเจ้ายุโรปของตัวเอง โดยไม่ง้อคนกลางอย่าง ยูฟ่า ถ้านึกภาพไม่ออกก็ลองจินตนาการถึงรายการ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่ไม่มียอดสโมสรจาก 5 ลีกใหญ่ของยุโรปดูสิ คงจะหมดสนุกไปเลย ซึ่งทาง ยูฟ่า ก็รู้ถึงความร้ายแรงของปัญหานี้ จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้บรรดาบิ๊กแห่งโลกลูกหนังถอนตัวจากรายการ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก มาหลายปี แต่อยู่ ๆ บาร์โตเมว ก็มาประกาศว่า บาร์เซโลนา จะเข้าร่วมรายการ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ก่อนจะลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าบุญทุ่มแค่ไม่กี่วัน ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ผู้บริหารชุดใหม่ซะอย่างนั้น แบบนี้ไม่เรียกว่าแสบแล้วจะเรียกว่าอะไร

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคกรดไหลย้อน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อนเป็นโรคในระบบทางเดินอาหารที่บั่นทอนสุขภาพและทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการดูแลอย่างมากได้ ทั้งยังเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากขึ้นในกลุ่มวัยทำงาน เราจึงรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากกัน ดังนี้

สาเหตุของโรคกรดไหลย้อน

  • การหย่อนหลวมตัวของกล้ามเนื้อหูรูดเหนือกระเพาะอาหาร
    เป็นสาเหตุในกลุ่มผู้สูงอายุที่ร่างกายมีความเสื่อมตามธรรมชาติ เมื่อกระเพาะอาหารบีบตัวจึงทำให้กรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหารได้ง่าย ทั้งนี้พบว่ามีปัจจัยเสริมอื่น ๆ เช่น การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ในชีวิตประจำวันมานานนับสิบปี ก็ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดหย่อนตัวลงเร็วขึ้นด้วย
  • การทำงานกระเพาะอาหารบกพร่อง
    เมื่อกระเพาะอาหารมีการบีบตัวไล่อาหารช้าลง จะทำให้หลังการรับประทานอาการแต่ละมื้อมีระดับความดันอัดแน่นสูงขึ้นจากอาหาร เครื่องดื่มและน้ำย่อยที่หลั่งออกมา จึงทำให้เกิดการซึมและดันของเหลวขึ้นไปตามหลอดอาหารง่ายกว่าปกติ
  • หลอดอาหารบีบตัวไล่อาหารช้า
    กล้ามเนื้อเล็ก ๆ ภายในหลอดอาหารมีความสามารถในการบีบไล่อาหารลงไปในกระเพาะได้ หากกล้ามเนื้อเหล่านี้ทำงานผิดปกติ จะทำให้มีอาหารและของเหลวตกค้างปริมาณมากในหลอดอาหาร เมื่อกระเพาะอาหารและลำไส้บีบตัว จึงเกิดแรงดันให้ขึ้นมาในช่องปากได้ง่าย

วิธีการลดความเสี่ยงของโรคกรดไหลย้อน

  • เลิกสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะทำให้กล้ามเนื้อในระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติและทำให้มีการสร้างกรดในกระเพาะมากขึ้น
  • ลดน้ำหนัก เพราะภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน สัมพันธ์กับความถี่ในการเป็นโรคกรดไหลย้อน
  • หลีกเลี่ยงท่าออกกำลังกายที่ต้องมีการก้มศีรษะ โดยเฉพาะช่วงหลังการรับประทานอาหาร เพราะทำให้ของเหลวไหลย้อนขึ้นด้านบนง่าย
  • นอนหมอนสูง เพื่อให้ทิศทางการไหลของกรดและอาหารในกระเพาะลงสู่ลำไส้ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะคนสูงวัยที่กล้ามเนื้อหูรูดเหนือกระเพาะหย่อนยานตามวัย
  • รับประทานอาหารมื้อละน้อย ๆ เพื่อลดแรงดันภายในกระเพาะและทำให้ระบบย่อยทำงานได้ง่ายขึ้น

วิธีการสังเกตและรักษา

  • หากมีอาการแสบร้อนภายในหน้าอก แสบในลำคอ เรอบ่อยพร้อมมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไอและมีเสียงแหบเรื้อรัง อาจเกิดจากภาวะกรดไหลย้อนได้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อใช้อุปกรณ์ส่องกล้องเข้าไปในระบบทางเดินอาหาร และใช้เครื่องมือวัดความเป็นกรดเป็นด่างของของเหลวในหลอดอาหารด้วย
  • หากพบว่าเกิดจากโรคกรดไหลย้อน จะต้องรับประทานยาต่อเนื่องหลายเดือน เพื่อปรับสภาพเป็นกรดด่างในทางเดินอาหาร ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความเสี่ยงต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว

โรคกรดไหลย้อนสร้างผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและอาจเป็นที่มาของโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้ เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านใส่ใจสุขภาพของตัวเองและสังเกตความผิดปกติ เพื่อดำเนินการรักษาที่สาเหตุตั้งแต่เนิ่น ๆ

วิธีหารายได้สไตล์คนรุ่นใหม่ 2020

วิธีหารายได้สไตล์คนรุ่นใหม่ 2020

ในปัจจุบันการหารายได้ของคนรุ่นใหม่มีหลากหลายวิธี ไม่จำเป็นต้องทำงานประจำในออฟฟิศเท่านั้น สามารถหาเงินผ่านระบบออนไลน์หรือทำงานจากที่บ้านได้แล้ว

เรามาดูกันว่า มีงานอะไรที่คนรุ่นใหม่นิยมทำหารายได้กันบ้าง

  1. เป็นยูทูปเบอร์

การมีรายได้หลักหมื่นถึงแสนจาก YouTube เป็นเรื่องไม่ยากเกินไป เพียงนำเสนอคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง เช่น การไลฟ์สดขายของออนไลน์ การเต้นหรือร้องเพลง การแคสต์เกมส์ การรีวิวหนังที่กำลังเข้าโรง หรือซีรีส์เกาหลีที่คนนิยม ฯลฯ จนมีผู้ติดตามมากกว่า 1 พันคน และทำตามกติกาของช่อง YouTube ก็จะทำให้มีรายได้เข้ามาตามจำนวนยอดรับชม แถมยังมีโอกาสได้รับงานจากสปอนเซอร์เป็นระยะอีกด้วย

  1. เป็นฟรีแลนซ์เขียนบทความ

การเขียนบทความเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเรื่องสั้น การ์ตูน ข่าวสารด้านการลงทุน เศรษฐกิจ การเมือง หรือผลิตบทความตามแนว SEO เพื่อจำหน่ายให้กับเว็บไซต์ธุรกิจต่าง ๆ เพื่อเพิ่มอันดับการสืบค้นให้ดีขึ้น โดยจะมีรายได้ตามหลักเกณฑ์ของแต่ละแพลตฟอร์ม และได้เงินจากการขายบทความแต่ละชิ้นหลักร้อยถึงพันบาทขึ้นไป หากถนัดภาษาต่างประเทศ เช่น อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ก็จะยิ่งได้ค่าตอบแทนที่แพงขึ้นด้วย

  1. ขายเสื้อผ้าสกรีนลาย

คนรุ่นใหม่มีไอเดียนอกกรอบและมีความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อทำกราฟิกและสกรีนลวดลายลงบนเสื้อผ้า จึงมีโอกาสที่จะสร้างรายได้ไม่จำกัด เพียงเปิดเว็บไซต์เพื่อการจำหน่าย และมีสินค้าใหม่ ๆ นำเสนอตลอด ก็จะได้รับความนิยมจากลูกค้าทั้งในไทยและต่างประเทศได้

  1. ทำขนมเบเกอรี่ตามสั่ง

การทำเบเกอรี่เค้กขนมปังเป็นอีกงานอดิเรกหนึ่งที่คนรุ่นใหม่นิยม ลงทุนใช้อุปกรณ์ไม่เยอะ แต่สามารถทำเป็นอาหารที่คนไทยนิยมรับประทานได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่ วันเกิด วันวาเลนไทน์ ฯลฯ เพียงมีเพจใน facebook ก็สามารถรับออเดอร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านด้วย

  1. เป็นแอดมินเพจในเฟซบุ๊ก

คนที่ชอบปฏิสัมพันธ์กับผู้คน มีความรับผิดชอบ และรักการขายของ โดยไม่อยากลงทุนด้วยตัวเอง สามารถสมัครเป็นแอดมินดูแลเพจให้แบรนด์ต่าง ๆ ที่มีเปิดรับสมัครตลอดทั้งปี จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่าผู้จบปริญญาตรีเลย และยังได้ประสบการณ์ต่อยอดสำหรับการทำธุรกิจตัวเองในอนาคตได้ด้วย

จะเห็นได้ว่าวิธีการหารายได้ของวัยรุ่นยุคใหม่มีหลายช่องทาง เพียงเลือกทำงานที่ชอบด้วยความตั้งใจ แม้จะมีอุปสรรคก็ไม่ท้อแท้ จะทำให้ได้ทั้งประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากในห้องเรียนและยังมีรายได้สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ตัวเองได้หลักหมื่นถึงแสนบาทต่อเดือนเลยทีเดียว

รับประทานผักดิบชนิดไหน อันตรายต่อสุขภาพ

รับประทานผักดิบชนิดไหน อันตรายต่อสุขภาพ

ผักเป็นเป็นหนึ่งในอาหาร 5 หมู่ตามหลักโภชนาการ ที่ทำให้ร่างกายได้รับเส้นใยไฟเบอร์ ลดความเสี่ยงการเป็นโรคท้องผูก ริดสีดวงทวารหนักและมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร และยังช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้ว นักวิชาการจะแนะนำให้รับประทานผักสด เพราะจะทำให้ได้รับคุณค่าทางอาหารครบถ้วน แต่ก็มีผักบางชนิดที่ไม่ควรรับประทานแบบดิบ ๆ ควรผ่านกระบวนการทําความร้อนก่อน เช่น ต้ม นึ่ง ผัก ทอด ฯลฯ

ถั่วงอก

ถั่วงอกเป็นผักที่นิยมรับประทานแกล้มกับก๋วยเตี๋ยวเรือ ผัดไท หอยทอด ฯลฯ ซึ่งคนไทยนิยมรับประทานเป็นประจำ ในถั่วงอกดิบนั้นมีสารไฟเตท phytateในปริมาณที่สูง มีฤทธิ์ไปยับยั้งการดูดซึมแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด โดยเฉพาะแคลเซียม ที่จำเป็นต่อการสร้างความแข็งแรงในกระดูกและการรักษาสมดุลของระบบเลือด จึงควรทำสุกก่อนรับประทาน นอกจากนี้ จากการสุ่มตรวจของกระทรวงสาธารณสุขไทย พบว่าในถั่วงอกดิบมีสารฟอกขาวปนเปื้อนในปริมาณสูง เนื่องจากมีความนิยมเลือกซื้อถั่วงอกขาวมาก ๆ เพราะน่ารับประทาน ดังนั้น จึงแนะนำให้ทำสุกเสมอก่อนการบริโภค

หน่อไม้

ในหน่อไม้ดิบมีสารไซยาไนด์ หากรับประทานเข้าไปจะมีผลต่อระบบเลือด รบกวนสมดุลการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนได้ วิธีป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับพิษของสารไซยาไนด์ คือ การต้มหน่อไม้ในน้ำเดือดอย่างน้อย 10 นาที ก่อนรับประทานเสมอ นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ที่นิยมรับประทานหน่อไม้ดองในเมนูอาหารต่าง ๆ เช่น ซุปหน่อไม้ แกงหน่อไม้ ฯลฯ อาจได้รับสารที่ทำให้เสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงด้วย

มันสำปะหลัง

มันสำปะหลัง

ในมันสำปะหลังดิบมีสารที่เป็นพิษต่อร่างกาย ชื่อ ลินามาริน มีฤทธิ์อันตรายในการยับยั้งกระบวนการทำงานของไมโทคอนเดรีย แหล่งสร้างพลังงานที่อยู่ภายในเซลล์ร่างกาย หากได้รับในปริมาณสูง ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ จึงต้องนำมาแปรรูปทำให้สุกก่อนรับประทานเสมอ

กะหล่ำปลี

ตามร้านอาหารและในครัวเรือน นิยมใช้กะหล่ำปลีแบบดิบแต่งจานอาหาร และทำเป็นผักสลัดมากที่สุดชนิดหนึ่ง แต่ตามหลักโภชนาการ ขอแนะนำว่าควรทำให้สุกก่อนรับประทาน เพราะในกะหล่ำปลีดิบมีสารอันตรายที่ชื่อว่า goitrogen ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมแร่ธาตุสำคัญอย่างไอโอดีน ที่จำเป็นต่อการสร้างฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ ดังนั้น หากรับประทานกะหล่ำปลีดิบเป็นประจำ จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคคอพอกได้

จะเห็นได้ว่า มีผักอยู่หลายชนิดที่เรารับประทานในชีวิตประจำวัน ที่เราอาจมองข้ามอันตรายว่ามีสารที่ทำร้ายร่างกายเราได้หากรับประทานแบบดิบ ๆ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้ทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาข้อมูลด้านอาหารและโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อตัวเองและคนในครอบครัวมากขึ้น อย่ามัวแต่ดูผลบอลเมื่อคืน บอลเมื่อคืน ดูหนัง จนเพลินแล้วมองข้ามสุขภาพ

โรคนอนไม่หลับ ปัญหาสุขภาพที่คนยุคใหม่ต้องรู้จัก

โรคนอนไม่หลับ ปัญหาสุขภาพที่คนยุคใหม่ต้องรู้จัก

ในปัจจุบัน หากสังเกตจะพบว่าคนรอบตัวจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นหรือวัยทำงาน บ่นถึงปัญหานอนไม่หลับกันมากขึ้น ซึ่งในทางการแพทย์แล้ว ปัญหานอนไม่หลับ หรือ insomnia หมายถึง การมีชั่วโมงนอนที่น้อยเกินไป ส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับที่แย่ลงหรือหลับไม่สนิท ทำให้ตื่นขึ้นมาแล้วมีอาการอ่อนเพลีย หรือบางกรณีเกิดจากการปรับเปลี่ยนเวลา เช่น ผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ แล้วเกิดภาวะเจ็ตแล็ก เนื่องจากเวลา time zone ของแต่ละประเทศไม่เท่ากัน ก็เป็นไปได้

อาการนอนไม่หลับ หากเกิดจากผลกระทบรอบตัว เช่น ความเครียดจากการต้องทำงานหนัก หรือการต้องเผชิญกับปัญหาที่ยังแก้ไขไม่ได้ การทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนร่วมงานหากเป็นวัยเรียนก็มีความเครียดจากการต้องสอบแข่งขัน ฯลฯ จะทำให้มีอาการนอนไม่หลับชั่วคราวหรือที่เรียกว่า adjustment insomnia ซึ่งหากภาวะดังกล่าวได้ถูกแก้ไข ก็ทำให้กลับมานอนหลับได้ดีดังเดิม

ส่วนอาการนอนไม่หลับอีกประเภทหนึ่งที่พบได้บ่อยมากขึ้น คืออาการนอนไม่หลับแบบเรื้อรัง หรือ chronic insomnia นับจากระยะเวลาของคืนที่นอนไม่หลับ จะต่อเนื่องมากกว่า 30 วัน ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อสมองคือ การหลั่งสารเคมีในสมองเสียสมดุล เช่น ผู้ที่ทำงานเป็นนักบิน แอร์โฮสเตส หรือนักธุรกิจที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ จนมีช่วงเวลากลางวันกลางคืนที่สลับกัน จนร่างกายไม่สามารถที่จะปรับตัวได้ หรืออยู่ในภาวะสะเทือนใจอย่างรุนแรง เช่น บิดามารดาเสียชีวิต อกหักจากคนรัก นอกจากนี้ ยังเกิดจากการใช้ยาบางอย่างในการรักษาโรคอื่นได้ด้วย เช่น ผู้ที่ใช้ยารักษาโรคซึมเศร้า ยาความดันโลหิตสูง ฯลฯ

โรคนอนไม่หลับจะทำให้มีความอ่อนเพลียในช่วงกลางวันมากขึ้น หากขับรถเองจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรถชนจากการหลับในได้ ขณะเดียวกันก็ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดน้อยลง ขาดสมาธิ หงุดหงิดโมโหคนรอบข้างง่าย ส่งผลต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกน้อง ตลอดจนลูกค้าที่คุณติดต่องานด้วย

การรักษาปัญหานอนไม่หลับ หากอาการเป็นเพียงเล็กน้อย ให้ใช้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น นอนในห้องปิดไฟสนิท ไม่มีเสียงดังรบกวน ลองเปิดเพลงเบา ๆ คลอก่อนนอน ใช้น้ำหอมกลิ่นอ่อนที่ช่วยให้นอนหลับง่าย เช่น กลิ่นมะลิ กลิ่นลาเวนเดอร์เป็นต้น หากทำตามวิธีที่กล่าวมาแล้ว ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานอนไม่หลับได้ อาจจะต้องพบแพทย์เพื่อปรึกษาหรือตรวจร่างกายโดยละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน

เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ หากคุณเป็นคนหนึ่งหรือมีคนรอบตัวที่กำลังประสบปัญหานี้ เมื่อทราบรายละเอียดของโรคนอนไม่หลับดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะได้ดูแลสุขภาพตัวเองและคนรอบข้างได้ดีขึ้นต่อไป