บล็อกเกอร์สายกีฬาและบทวิเคราะห์เชิงข้อมูลล gmjournal.net

Latest Posts

ทำอย่างไรจึงจะเป็นคนคิดคำคมได้เก่ง

ทำอย่างไรจึงจะเป็นคนคิดคำคมได้เก่ง

เวลาที่เราดูรายการโทรทัศน์หรือคลิปวิดีโอของนักพูดนักบรรยายผู้มีชื่อเสียง สิ่งที่เรามักจะได้ยินบ่อย ๆ จากท่านเหล่านี้ก็คือคำพูด คำบรรยายคม ๆ ที่ฟังแล้วรู้สึกประทับใจ จนหลายครั้งเราก็แอบสงสัยไม่ได้ว่า นักพูดนักบรรยายเหล่านี้เขาเอาคำคม ๆ พวกนี้มาจากที่ไหน

แล้วมีวิธีไหนไหม ที่คนธรรมดาอย่างพวกเราจะสามารถคิดคำคม ๆ ออกมาได้บ้าง เพื่ออย่างน้อยก็นำไปใช้ในการสื่อสารหรือการทำงานของเราเอง

คำคมที่นักพูดหรือแม้แต่นักเขียน ถ่ายทอดออกมาตามสื่อต่าง ๆ ล้วนไม่ได้เกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ทุกอย่างเกิดจากสิ่งที่เรียกว่าประสบการณ์และการเรียนรู้

คำว่าประสบการณ์และการเรียนรู้ของผู้มีความสามารถในด้านการพูดหรือเขียนที่เราเห็น คือองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ท่านเหล่านั้นสร้างสรรค์คำคมดี ๆ ที่ได้ฟังหรือได้อ่านแล้วทำให้คนฟัง คนอ่านเกิดความประทับใจอย่างมาก โดยประสบการณ์และการเรียนรู้ที่ว่านี้ ก็ประกอบไปด้วย

1.การเป็นนักอ่านที่ดีมาก่อน
ไม่ว่าจะเป็นนักพูดหรือนักเขียนที่สามารถคิดคำคม ๆ ออกมาได้ตลอดเวลาการทำงาน ทุกท่านล้วนมีพื้นฐานความเป็นนักอ่านในตัวเองแทบทุกคน การอ่านเป็นหนึ่งในวิธีการสะสมคำ สะคมเทคนิคที่ได้มาจากหนังสือเล่มต่าง ๆ เมื่ออ่านมาก คลังคำศัพท์ก็จะมีมาก ทำให้สามารถดึงคำที่แตกต่างในรูปลักษณ์ แต่มีความหมายเดียวกันมาใช้ได้ในเวลาที่ต้องการเสมอ

2.การเป็นนักฟังที่ดีมาก่อน
นอกจากนักพูดหรือนักเขียนส่วนมากจะเป็นนักอ่านที่ดีมาก่อน แทบทุกท่านก็ต้องเป็นนักฟังที่ดี เพื่อที่จะได้สะสมข้อมูลความรู้จากผู้คนที่ได้พูดคุยสนทนาด้วย เก็บไว้เป็นวัตถุดิบสำคัญในการนึกคำคมออกได้ง่าย ๆ ในเวลาที่ต้องบรรยายหรือเขียนหนังสือ

3.การเป็นนักคิด นักสร้างสรรค์
การมีนิสัยเป็นคนช่างคิด ช่างสร้างสรรค์เป็นพื้นฐานสำคัญของการที่จะสามารถคิดคำคม ๆ ได้เป็นธรรมชาติ เพราะสิ่งเหล่านี้เหมือนการฝึกทักษะอย่างหนึ่ง หากทำบ่อย ๆ คิดในสิ่งที่แปลกแตกต่างอยู่เสมอ รู้จักประยุกต์สิ่งต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกันเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ ความสามารถในการสร้างสรรค์คำก็จะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติในที่สุด

4.กล้าที่จะลงมือทำ
ความกล้าคือปัญหาของคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ คนที่เราเห็นว่าท่านคิดคำคม ๆ ออกมาอยู่เสมอ ๆ ล้วนเริ่มต้นมาจากความกล้าที่จะลงมือทำ แรก ๆ อาจมีถูกบ้าง ผิดบ้าง ใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่เมื่อเริ่มต้นลงมือไปแล้ว สิ่งที่จะสอนเราก็คือประสบการณ์ ประสบการณ์จะทำให้เราพัฒนาจากจุดเริ่มต้นอยู่เสมอ

การจะเป็นคนที่สร้างสรรค์คำคมเก่ง ๆ ไม่จำเป็นต้องอาศัยพรสวรรค์ เราสามารถฝึกฝนได้ ขอเพียงให้มีความพยายาม ไม่นานคำดี ๆ คำคม ๆ ที่สร้างสรรค์มาจากความคิดของเราจะปรากฏให้เห็นเอง

อยากให้ครอบครัวเป็น Safe Zone

อยากให้ครอบครัวเป็น Safe Zone

พ่อแม่ทุกคนต่างอยากให้ครอบครัวเป็นพื้นที่ที่สามารถให้ความปลอดภัยกับลูก ๆ ได้ หรือ บ้านเป็นพื้นที่ Safe Zone ของลูก รู้สึกอบอุ่นเมื่อได้อยู่ รู้สึกปลอดภัยทุกครั้งเมื่อได้กลับมา เมื่อลูกมีปัญหาก็อยากให้ลูกเล่าให้พ่อแม่ฟังเป็นคนแรก เพราะไม่มีใครจะหวังดีกับลูกไปมากกว่าพ่อแม่อีกแล้ว พ่อแม่เป็นกังวลทุกครั้งเมื่อลูกออกนอกบ้าน อยากรู้เรื่องราวต่าง ๆ ที่ลูกพบเจอไม่ว่าจะเป็นความสุขหรือความทุกข์ หากเป็นความสุข พ่อแม่จะยินดีและชมเชย หากเป็นความทุกข์พ่อแม่ก็ยินดีรับฟังและให้กำลังใจ คอยเป็นที่ปรึกษา

อยากให้ลูกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เขาพบเจอให้เราฟัง เมื่อลูกมีปัญหา ครอบครัวคือที่แรกที่ลูกจะนึกถึงพ่อแม่ ต้องทำให้ลูกรู้สึกว่าบ้านคือพื้นที่เซฟโซน เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยของลูก เป็นที่พึ่งพาทั้งทางกายและทางจิตใจของเขา เราจะพามาดูกันว่าพื้นฐานครอบครัวที่ดีต้องมีลักษณะแบบไหน

สร้างโอกาสในบ้านให้ลูกได้พูดคุยกับพ่อแม่

สร้างโอกาสเพื่อพูดคุย สร้างความสนิทสนม ลองสังเกตดูว่าครอบครัวของเราจะมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเวลาไหนบ้าง อย่างเช่น ช่วงเวลาทานข้าว เวลาดูทีวี หรือสถานการณ์อื่น ๆ ที่อยู่ด้วยกัน ทำไม ต้องสร้างโอกาสเพื่อพูดคุยกันด้วยล่ะ? ในเมื่ออยู่บ้านหลังเดียวกันก็ต้องเจอกันอยู่แล้ว ใช่บางครอบครัวอยู่ด้วยกันเจอหน้ากันทุกวัน แต่ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันเลย ต่างคนต่างทำกิจกรรมของตนหรืออยู่แต่ในห้อง ยิ่งยุคสมัยที่มีเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเยอะ ยิ่งทำให้คนในครอบครัวห่างเหินกัน ทุกคนต่างสนใจกับเรื่องราวบนหน้าจอ ผลบอลสด 888 จนละเลยคนในครอบครัว

การสร้างโอกาสจึงจำเป็นมาก ๆ เพื่อให้คนในครอบครัวได้เปิดอกพูดคุยกัน เช่น วันนี้แม่เตรียมอาหารมื้อเย็นเอาไว้ เป็นของโปรดของทุกคน และเอ่ยปากชวนทุกคนมาทานอาหารพร้อมกัน หรือ วันหยุดจากการเรียน การทำงาน ของพ่อแม่และลูก ชวนกันมาปลูกต้นไม้สร้างความสนิทสนมและได้พูดคุยกัน แม่อาจจะเปิดประเด็นถามลูกก่อนว่า เรียนกับเพื่อนที่โรงเรียนสนุกไหม หรือทำงานเป็นยังไงบ้าง และอาจจะเล่าเรื่องราวของพ่อแม่บ้างว่าในสมัยที่แม่เรียนเป็นอย่างนี้นะ แบบนี้นะ ถ้าทำแบบนี้บ่อย ๆ ก็จะทำให้เกิดความเคยชิน และลูกก็จะมีความสนิทสนมและเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้กับพ่อแม่ฟัง

เปิดเผยอารมณ์ ความรู้สึก ให้ลูกได้รับรู้บ้าง

พ่อแม่หลายคนที่กังวลกับการเปิดเผยความรู้สึกให้ลูกได้รับรู้ หรือเขินอายที่จะแสดงความรู้สึกกับลูก ไม่กล้าเปิดเผยเรื่องที่ตนกังวลให้ลูกได้รับรู้ เมื่อลูกถามว่าพ่อแม่เป็นอะไร พ่อแม่หลายคนมักจะตอบว่าไม่ใช่เรื่องของเด็ก ไม่ต้องยุ่ง แบบนี้จะทำให้เด็กจดจำไม่กล้าเปิดใจถาม และอาจจะทำให้ไม่กล้าเปิดเผยปัญหาของตนเองด้วย เพราะกลัวว่าพ่อแม่จะไม่เข้าใจตน

ลองเปลี่ยนวิธีคุยกับลูกดูไหม เล่าปัญหาของที่บ้านให้ลูกได้รับรู้เมื่อพวกเขาถาม อาจจะบอกเท่าที่จำเป็นและอธิบายให้เขาเข้าใจว่า ลูกไม่ต้องกังวลทำหน้าที่ของลูกให้ดีที่สุด เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกได้เป็นผู้ฟัง หรือจะเป็นปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน เวลาคุณกลับมาจากทำงานอธิบายกับลูกว่าคุณเหนื่อย ช่วยเอาน้ำให้พ่อแม่หน่อยหรือช่วยนวดแม่หน่อย ทำแบบนี้บ่อย ๆ เป็นการสอนให้เขารู้จักดูแลผู้อื่น และกล้าเปิดเผยอารมณ์ ความรู้สึก เป็นห่วงผู้อื่น หรือกล้าเปิดเผยความรู้สึกกับพ่อแม่เอง

มอบความรัก ความอบอุ่น ให้กับลูก

มนุษย์ทุกคนต้องการความรัก โดยเฉพาะความรักจากผู้เป็นพ่อแม่ จากครอบครัว แสดงความรักให้คนในครอบครัวทุก ๆ วัน ให้เกิดความเคยชิน เช่น การกอด การหอม พูดบอกรัก ทำแบบนี้ทุก ๆ วัน ก่อนไปทำงาน ส่งลูกไปโรงเรียน ทำทุก ๆ วันให้เป็นเรื่องปกติครอบครัวจะเกิดความใกล้ชิดสนิทสนม

ให้กำลังใจกัน สนับสนุนลูก

ลูกของเรามีความสามารถ อย่าเอาความสามารถของลูกไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ชื่นชมเขาเมื่อเขาสร้างผลงานออกมาไม่ว่าผลจะออกมาดีหรือไม่ดี ให้กำลังใจลูกบ้าง “ลูกทำดีที่สุดแล้ว” “ครั้งหน้าเอาใหม่นะ สู้ ๆ” “ลูกแม่เก่งจังเลย” แค่พูดประโยคเหล่านี้ออกมาก็ทำให้ลูกเรามีกำลังใจและไม่กลัวที่จะเปิดเผยให้เราได้รับรู้ หากพ่อแม่ดุด่าว่าทำไมถึงทำได้ไม่ดีเหมือนลูกคนอื่น แบบนี้จะทำให้เด็กมีปมด้อยและเก็บกด จนไม่กล้าที่จะเปิดเผยความรู้สึกเพราะกลัวพ่อแม่จะผิดหวัง และกลัวพ่อแม่จะตำหนิ

รับฟังความคิดเห็นของลูก

พ่อแม่หลายคนอาจจะคิดว่าสิ่งที่ตนเลือก สิ่งที่ตนคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดต่อลูกแล้ว แต่บางทีลูกเราอาจจะไม่ได้ต้องการเหมือนที่พ่อแม่คิด กลายเป็นว่าพ่อแม่คิดแทนลูกเองทั้งหมด ลองเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของลูก เป็นที่ปรึกษาให้กับลูก

ให้เวลากับครอบครัว

ความสนิทสนมของคนในครอบครัวจะทำให้สมาชิกกล้าเปิดเผยซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น หาเวลามาอยู่กับครอบครัว ทำกิจกรรมร่วมกันสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น สร้างบรรยากาศในบ้านให้ลูกรู้สึกว่าบ้านคือที่ปลอดภัย บ้านคือพื้นที่เซฟโซนสำหรับพวกเขา ลดปัญหาเด็กมีปัญหาไปหาที่พึ่งนอกบ้าน ที่อาจจะสร้างปัญหาอื่น ๆ ตามมา และที่สำคัญที่สุดลูกจะโตมาเป็นผู้ใหญ่แบบไหนอยู่ที่พื้นฐานของครอบครัวเป็นสำคัญที่สุด

ทำอะไรเสริมรายได้ดีในช่วงโควิดระบาด

ทำอะไรเสริมรายได้ดีในช่วงโควิดระบาด

ในช่วง 2-3 ปีมานี้ เราทุกคนต่างประสบปัญหารายได้ที่ลดลง ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างผู้ประกอบการ ฟรีแลนซ์ ต่างคนต่างมีเงินเข้าสู่กระเป๋าน้อยลงกว่าครึ่ง ทำให้ต่างมองหาอาชีพเสริมที่น่าจะทำได้ โดยใช้ต้นทุนต่ำหรือสามารถเรียนรู้ได้ในเวลาอันสั้น เพื่อสร้างสินค้าและบริการที่คนส่วนใหญ่มีกำลังทรัพย์ที่จะจ่าย มาดูกันว่ามีงานอะไรบ้าง

1.ทำเบเกอรี่ขาย
หลายคนที่ไม่ชอบเข้าครัว อาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก แต่ที่จริงแล้วเพียงคุณมีหม้อหุงข้าวหรือเตาอบขนาดเล็ก ก็สามารถทำเบเกอรี่ขายได้ โดยเรียนรู้สูตรจาก YouTube ปรับแต่งรสชาติตามความต้องการ อาจจะเป็นบราวนี่หรือเค้กญี่ปุ่นแบบง่าย ๆ แล้วให้คนรอบตัวชิมรสชาติ ก่อนจะโพสต์ขายในเพจ facebook

2.เขียนบทความขาย
ถึงแม้กิจการบนโลกออฟไลน์จะต้องหยุดชะงัก แต่การค้าขายบนโลกออนไลน์กับคึกคักแทน เพราะทุกคนต่าง work from home ทำงานจากที่บ้าน การสั่งสินค้าออนไลน์จึงเป็นที่นิยม บทความที่ช่วยกระตุ้นยอดขายจึงได้รับความนิยมตามไปด้วย ถ้าคุณมีความสามารถในการเขียนส่งเสริมการขาย รีวิวสินค้าต่าง ๆ สามารถรับจ้างเขียนได้โดยเข้าไปในกลุ่มนักเขียนใน Facebook หรือเว็บไซต์รับนักเขียน

3.เป็นคนกลางนำเสนอขายสินค้า
การเป็นพรีเซนเตอร์ขายสินค้าหรือ รับจ้างประชาสัมพันธ์โดยนำมาโฆษณาในเพจหรือยิงโฆษณาให้แก่ลูกค้า โดยคิดเป็นรายเดือนหรือต่อโปรเจกต์ สามารถช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่คุณเดือนละหลายพันบาท ถ้าเป็นผู้มีความสามารถในการนำเสนอสินค้าอย่างน่าสนใจ หรือถนัดยิงโฆษณาไปถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างเหมาะสม ก็สามารถนำความสามารถนี้มาสร้างรายได้เสริมได้ด้วยเช่นกัน

4.ทำอาหารขาย
ทุกคนต่างต้องรับประทานอาหารและเมื่อการทำอาหารด้วยตัวเองในยุคนี้ไม่สะดวกในการจับจ่ายซื้อวัตถุดิบที่ตลาด ผู้คนจึงนิยมสั่งทางระบบออนไลน์มากกว่า หากคุณเป็นคนที่ชอบทำอาหารอยู่แล้ว ก็สามารถเปิดรับออเดอร์จากคนใกล้ตัว เช่น กลุ่มไลน์ หรือ เพื่อนในเฟซบุ๊ก จะทำให้มีรายได้อย่างน้อยวันละ 500-1000 บาทได้

5.สอนออนไลน์
ในระยะหลังมีปัญหาผู้ปกครองบ่นกันมากเรื่องให้ลูกเรียนออนไลน์ ซึ่งเด็กมักมีสมาธิน้อย อยากจะเล่นมากกว่า และพ่อแม่บางคนก็ต้องใช้เวลาไปหารายได้เพิ่มมาชดเชยกับส่วนที่หายไป งานสอนพิเศษออนไลน์ จึงเป็นอีกทางหนึ่งที่ตอบโจทย์ลูกค้าและคุณยังได้ใช้วิชาความรู้เพื่อสร้างอาชีพเสริม

การเพิ่มรายได้ในช่วงโควิดระบาดเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินไป ขอเพียงเราจะไม่ท้อแท้และ พิจารณาว่าตัวเองมีความสามารถด้านไหนเป็นพิเศษหรือมีความชอบในสิ่งใดและพัฒนาฝึกฝนให้มีเอกลักษณ์ ก็จะสามารถผลิตผลงานที่มีจุดขายแตกต่าง ทำให้เกิดรายได้ตามมาอย่างแน่นอน

ทริคดูแลสายตาอย่างไรไม่ให้เสื่อมก่อนวัย

ทริคดูแลสายตาอย่างไรไม่ให้เสื่อมก่อนวัย

ทุกคนมีดวงตาเพียงแค่คู่เดียว ทำให้การมีสายตาปกติ ไม่เสื่อมสภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา แต่ด้วยพฤติกรรมหลาย ๆ อย่างในชีวิตประจำวัน เช่น การจ้องหน้าจอทั้งวัน ทำให้สายตาของคุณนั้นอาจเสื่อมก่อนวัยโดยที่คุณไม่รู้ตัว ดังนั้นผู้เขียนจึงได้รวบรวมทริคในการดูแลสายตาไม่ให้เสื่อมก่อนวัย

1.รักษาความสะอาดของคอนแทคเลนส์
เมื่อคุณสายตาสั้นหรือยาวมาก ๆ จะทำให้เลนส์ของแว่นตาหนาขึ้น การใส่แว่นจึงทำให้คุณสูญเสียความมั่นใจ ในปัจจุบันมีหลาย ๆ คนหันมาเลือกใส่คอนแทคเลนส์ทดแทนการใส่แว่นตาเป็นจำนวนมาก แต่ข้อเสียของคอนแทคเลนส์คือจะสัมผัสกับดวงตาโดยตรง ทำให้เสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้นคุณจึงต้องหมั่นดูแลความสะอาดของคอนแทคเลนส์อยู่เสมอ และไม่ควรใช้งานแบบผิด ๆ เช่น ใส่คอนแทคเลนส์ตอนนอน รวมถึงใช้คอนแทคเลนส์เกินระยะเวลาที่กำหนด

2.ทานอาหารบำรุงสายตา
การดูแลสายตาจากภายในก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ซึ่งการทานอาหารบำรุงสายตาเป็นวิธีดูแลสายตาจากภายในที่ดีที่สุด โดยอาหารบำรุงสายตาล้วนเป็นสิ่งใกล้ตัวที่สามารถหาได้ง่าย ๆ แต่คุณอาจไม่รู้มาก่อน เช่น ปลาที่มีไขมันสูง ผักใบเขียว ไข่

3.สวมใส่แว่นกรองแสง
คุณไม่จำเป็นต้องสวมแว่นกรองแสงอยู่ตลอดเวลา แต่อาจเลือกสวมใส่เฉพาะตอนที่ต้องจ้องหน้าจอนาน ๆ เพราะหน้าจอคอม หน้าจอมือถือจะมีแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา การสวมใส่แว่นกรองแสงนั้นสามารถกรองแสงสีฟ้าได้ ทำให้เมื่อใส่แล้วจะไม่รู้สึกล้าเมื่อจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน

4.ตั้งความสว่างของหน้าจอให้พอดี
หน้าจอควรมีความสว่างที่ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป โดยความสว่างของหน้าจอที่พอดีสังเกตได้จาก เมื่อคุณมองแล้วรู้สึกว่าไม่สว่างจ้าจนแสบตา แต่ก็ไม่ต้องเพ่งเล็งมากเกินไปเพื่อให้มองเห็น

5.ไม่ใช้มือขยี้ตา
เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเช่น ฝุ่นละออง เข้าตาคุณไม่ควรที่จะใช้มือขยี้ตา เพราะมืออาจมีเชื้อโรคอยู่เป็นจำนวนมาก จึงอาจทำให้ดวงตาเกิดการอักเสบได้ โดยวิธีการที่ดีที่สุดคือ ใช้น้ำสะอาดล้างตาและใช้กระดาษทิชชู่ค่อย ๆ ซับให้แห้ง

6.ตรวจสายตาปีละครั้ง
การตรวจสายตาทุกปีจะช่วยให้รู้ว่าคุณมีปัญหาด้านดวงตาหรือไม่ หากมีจะได้รีบรักษาก่อนจะสายเกินไป โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคประจำตัว เช่น ภูมิแพ้ โรคเบาหวาน เพราะอาจมีปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดโรคเบาหวาน ภูมิแพ้ขึ้นตา

เมื่อคุณมีอายุมากขึ้นสภาพร่างกายก็ต้องเสื่อมสภาพลงนั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมบางอย่างเป็นสิ่งที่คุณไม่คาดคิดเลยว่าจะเป็นเหตุที่ทำให้สายตาเสื่อมก่อนวัยได้ ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันตามที่ผู้เขียนได้แนะนำไปนั้นจะสามารถช่วยไม่ให้สายตาของคุณเสื่อมก่อนวัย

ตำนานไพ่ทาโร่ต์ (ไพ่ยิปซี) จากเกมส์ไพ่มาสู่ศาสตร์แห่งการทำนายชั้นสูงได้อย่างไร

ตำนานไพ่ทาโร่ต์ (ไพ่ยิปซี) จากเกมส์ไพ่มาสู่ศาสตร์แห่งการทำนายชั้นสูงได้อย่างไร

ไพ่ยิปซี หรือ ไพ่ทาโรต์ (Tarot) เป็นหนึ่งในศาสตร์การทำนายที่ท้าทายต่อวิทยาการสมัยใหม่เป็นอย่างมาก เนื่องจากความลึกลับที่สามารถให้คำทำนายได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ หรือการคำนวณสถิติจากวันเดือนปีเกิดแต่อย่างใด เพียงแค่อาศัยจิตอันเป็นสมาธิแน่วแน่ ในการสื่อสารกับจิตวิญญาณหรือพลังงานบางอย่างผ่านรูปภาพเชิงสัญลักษณ์และเรื่องราวบนตัวไพ่ เพื่อขอคำชี้แนะ หรือแนวทางในการใช้ชีวิตต่อไปข้างหน้าได้อย่างเหมาะสม

ที่มาของไพ่ยิปซี
ไพ่ยิปซี หรือทาโร่ต์ มีความคลุมเครือไม่ปรากฏที่มาแน่ชัดว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ใด แต่สันนิษฐานว่ามีที่มาจากพวกดราวิเดียน (กลุ่มชนเร่ร่อนที่ถ่ายทอดอารยธรรมให้แก่ชาวบาบิโลเนียน) การเคลื่อนย้ายของประชากรจำนวนหนึ่งที่ไปตั้งรกรากอยู่ในประเทศอียิปต์ และการปรากฏตัวของชนกลุ่มนี้ในประเทศอังกฤษเป็นต้นกำเนิดที่มาของคำว่า “ยิปซี”

เชื่อกันว่าไพ่มีต้นกำเนิดทางตอนเหนือของอิตาลีช่วงปลายศตวรรษที่ 14 – 15 เนื่องจากภาพหลายภาพของ Major Arcana มีความคล้ายคลึงกับภาพสลักในช่วงต้นของบทกวีอิตาลี โดยมีรูปแบบคล้ายกับเกมส์ไพ่ชื่อ Tarocchi ที่มี 22 ใบเหมือนกัน ต่อมาภายหลังไพ่ถูกเรียกเป็น Torot เมื่อแพร่หลายเข้าสู่ประเทศฝรั่งเศส ไพ่ยิปซีไม่ได้ถูกมองเป็นสัญลักษณ์เชิงลึกลับจนกระทั่งปลายศตวรรษที่ 18 เมื่อชายที่ชื่อ Antoine Court de Gébelin ได้เขียนหนังสือ (The Book Of Thoth) เชื่อมโยงไพ่กับตำนานอียิปต์โบราณโดยอ้างว่าสัญลักษณ์บนไพ่ทาโรต์มาจากภูมิปัญญาลับแห่งพระผู้เป็นเจ้าที่มีนามว่า Thoth จนกระทั่งปี ค.ศ.1780 จึงพบหลักฐานการดัดแปลงไพ่ทาโรต์เพื่อจุดประสงค์ในการทำนายเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส

ล่วงมาจนถึงศตวรรษที่ 19 ไพ่ยิปซีได้มีการพัฒนารูปแบบเรื่อยมา จนมีความเป็นเอกภาพมากขึ้นเมื่อสำนักยิปซีฝรั่งเศส ได้สังคายนาไพ่ยิปซีครั้งใหญ่ โดยตีความว่าไพ่ยิปซีชุดหลักทั้ง 22 ใบ ว่ามีความเกี่ยวโยงกับอักขระ 22 ตัวของภาษาฮิบรูโบราณ ต่อมาในปี 1909 อาเทอร์ เอดเวิร์ด เวต (Arthur Edward Waite) ได้ว่าจ้างศิลปินหญิงชาวอังกฤษนามว่า พาเมลา โคลแมน สมิธ ให้วาดภาพไพ่ชุด Rider Waite เพื่อเป็นภาพประกอบหนังสือให้แก่บริษัท ไรเดอร์ (Rider) ผู้ผลิตไพ่และตำรายิปซีพยากรณ์ ไพ่ชุดนี้ได้รับการยอมรับจากนักพยากรณ์ยิปซีทั่วโลกว่าเป็นต้นแบบไพ่ยิปซี ที่ครบถ้วนด้วยสัญลักษณ์ทางธรรมชาติและที่มนุษย์คิดค้นขึ้น รวมทั้งรูปทรงเรขาคณิต ตลอดจนความหมายหรือสัญลักษณ์ทางศาสนาคริสต์ มีชื่อเสียงที่สุดจวบจนทุกวันนี้

ไพ่ยิปซีมีอะไรบ้าง และมีความหมายอย่างไร
ไพ่ยิปซี ในหนึ่งสำรับมีจำนวนทั้งสิ้น 78 ใบ จึงสามารถบอกรายละเอียดอันหลากหลายในการทำนายชีวิตได้มากมาย ประกอบด้วย ไพ่ชุดหลัก (Major Arcana) 22 ใบ และชุดรอง (Minor Arcana) 56 ใบ แบ่งออกเป็น 4 ชุดย่อย ชุดละ 14 ใบ ตามสัญลักษณ์ได้แก่ เหรียญ (Pentacles, Discs, Coins) ถ้วย (Cups, Chalices) ดาบ (Swords) และไม้เท้า (Wand) ซึ่งสัญลักษณ์ทั้งหมดใช้แทนธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ

  • ไพ่เหรียญ ธาตุดิน เกี่ยวกับเรื่องทางกายภาพ สสาร มักใช้ทำนายเรื่องการเงิน
  • ไพ่ถ้วย ธาตุน้ำ เกี่ยวกับความรักความสัมพันธ์
  • ไพ่ดาบ ธาตุลม ความมีเหตุผล ตรรกะการตัดสินใจต่าง ๆ ในชีวิต
  • ไพ่ไม้เท้า ธาตุไฟ หน้าที่การงาน หรือแรงขับเคลื่อนต่าง ๆ

การทำนายด้วยไพ่ยิปซีจะเเม่นยำเเค่ไหนนั้น ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการตีความหมายจากนักพยากรณ์ และการทำจิตให้เป็นสมาธิทั้งจากนักพยากรณ์และผู้รับคำทำนาย การทำนายด้วยไพ่ยิปซีอาจช่วยให้มองเห็นภาพรวมในปัจจุบัน รวมถึงการช่วยชี้แนะแนวทางแก้ปัญหาในอนาคตได้ แต่จำไว้ว่าคนที่รู้ปัญหาและสามารถแก้ไขได้ตรงจุดที่สุดนั้นก็คือ ตัวคุณเอง

เทคนิครักษาสุขภาพ ส่งเสริมให้ระบบขับถ่ายทำงานดี

เทคนิครักษาสุขภาพ ส่งเสริมให้ระบบขับถ่ายทำงานดี

เรื่องของสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่ต้องอยู่กับเราไปตลอด เราจึงควรหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายอย่างเต็มที่ เพื่อให้เราสามารถดำเนินชีวิตประจำวันและทำกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขับถ่ายเป็นสิ่งที่ถือเป็นกิจวัตรประจำวันของทุกคน เพราะการที่เราจะมีระบบการขับถ่ายที่ดีได้นั้นจะต้องมีการนำของเสียที่ตกค้างอยู่ในร่างกายออกไปเป็นประจำทุกวัน อย่างที่เราทราบกันว่าประโยชน์ของการขับถ่ายนั้นมีมากมาย นอกจากจะทำให้ร่างกายเราทำงานเป็นปกติแล้ว ยังช่วยทำให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย ช่วยให้ผิวพรรณของเรามีความสดใสมากยิ่งขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับระบบการขับถ่ายอีกด้วย

การรับประทานอาหารเป็นวิธีการที่มีความสำคัญต่อระบบขับถ่ายเป็นอย่างมาก ด้วยที่ว่าอาหารที่มีเส้นใยไฟเบอร์สูง ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ จะเป็นอาหารที่ช่วยทำให้ผู้ที่มีปัญหาในด้านของการขับถ่ายยาก มีท้องผูก ขับถ่ายได้ดีขึ้น โดยที่ไม่ได้เป็นการขับถ่ายที่เป็นลักษณะท้องเสียแต่เป็นการขับถ่ายที่เป็นปกติ ซึ่งปริมาณในการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์เยอะ ๆ นั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและสุขภาพของแต่ละคน โดยเราสามารถปรึกษานักโภชนาการและนักกำหนดอาหารเพิ่มเติมได้ เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสม

ลำดับต่อมาคือการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เชื่อได้ว่าหลาย ๆ คนที่มีอาการท้องผูกส่วนใหญ่คือจะดื่มน้ำในปริมาณน้อย ไม่ได้ดื่มน้ำจำนวน 6-8 แก้วต่อวัน ข้อปฏิบัติสำคัญก็คือ เมื่อตื่นนอนตอนเช้าขึ้นมาให้เราดื่มน้ำก่อนประมาณ 1 แก้ว เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้วให้ดื่มน้ำตามทุก ๆ ครั้ง ในปริมาณที่เหมาะสม ก่อนนอนก็ดื่มน้ำสักเล็กน้อย เพื่อช่วยให้สามารถขับถ่ายได้ง่ายขึ้น

อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน นั่นก็คือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ข้อดีของการออกกำลังกายคือช่วยให้ลำไส้ได้มีการเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย ขยับร่างกาย ก็มีส่วนช่วยให้เราสามารถขับถ่ายได้ดีขึ้น ในส่วนของประเภทการออกกำลังกายนั้นก็สามารถเลือกได้หลากหลายประเภท ทั้งการวิ่ง การเล่นโยคะ การปั่นจักรยาน เป็นต้น ดังนั้นเราจึงมักจะสังเกตเห็นว่าหลาย ๆ คนที่ผิวพรรณดี ขับถ่ายปกตินั้น จะมีการดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ

ทั้งหมดนี้นั้นไม่ว่าจะเป็น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีกากใย การออกกำลังกาย การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นวิธีที่ช่วยส่งเสริมให้เราสามารถขับถ่ายได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมทั้งหมดของร่างกาย

ข้อดีของการเลี้ยงสุนัขและแมว

ข้อดีของการเลี้ยงสุนัขและแมว

สุนัขและแมว เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งคนไทยนิยมเลี้ยงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะคู่แต่งงานยุคใหม่ที่ยังไม่พร้อมมีลูก หรือครอบครัวใหญ่ที่มีผู้สูงอายุวัยเกษียณ เรามาดูกันว่า ข้อดีของการมีเลี้ยงสุนัขและแมวในบ้านจะมีอะไรบ้าง

1.ทำให้ผู้สูงอายุไม่เหงา
โดยธรรมชาติของสุนัขและแมว เป็นสัตว์ที่พร้อมเรียนรู้และมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจ้าของ บางสายพันธุ์อาจเข้าใจคำสั่งและอารมณ์ของเจ้าของได้มากมาย จึงเปรียบเสมือนเพื่อนใกล้ชิดที่ช่วยลดความเหงาให้แก่สมาชิกในบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุวัยเกษียณที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว การได้เล่นพูดคุยกับสัตว์เลี้ยงจะทำให้อารมณ์แจ่มใส และลดปัญหาโรคสมองเสื่อมก่อนวัยได้

2.ฝึกความรับผิดชอบของเจ้าของ
มีหลายคนที่ถูกชะตาสุนัขและแมวบางตัว จนรับมาอุปการะเลี้ยงดู ทำให้ได้ฝึกความรับผิดชอบของตัวเองมากขึ้นโดยปริยาย เพราะต้องคอยดูแลให้อาหารเป็นเวลา พาสุนัขไปขับถ่าย เปลี่ยนทรายแมวเป็นประจำ แถมยังต้องคอยหมั่นอาบน้ำ พาไปตัดขนเป็นระยะอีกด้วย การมีสัตว์เลี้ยงจึงเท่ากับเป็นการปรับเปลี่ยนนิสัยให้แก่เจ้าของได้เป็นอย่างดี

3.สร้างรายได้จากคลิปยูทูป
โดยส่วนใหญ่แล้ว คนที่มีสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมว มักเริ่มต้นจากความรัก แต่ด้วยความน่ารักของสัตว์เหล่านั้น จึงทำให้อัดคลิปกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ และอยากแบ่งปันความสุขให้กับผู้อื่นบ้าง จึงเกิดการเปิดช่อง YouTube ที่มีผู้ติดตามมากมายในภายหลัง และเมื่อผ่านกติกาสร้างรายได้ของ youtube ก็มีรายได้จากยอดวิวและโฆษณาตามมาตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสนบาทได้

4.มียามเฝ้าบ้านตลอดเวลา
สุนัขและแมวมีประสาทสัมผัสทางการมองเห็นและจมูกดมกลิ่นที่ไวมากกว่าคนหลายเท่าตัว หากมันรู้ว่ามีสัตว์ร้าย เช่น งู เข้ามาในบริเวณบ้าน หรือ ได้ยินเสียงคนเดินยามวิกาล ก็จะส่งเสียงเตือนเป็นสัญญาณให้เจ้าของบ้านรู้ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น นับว่าสัตว์เลี้ยงเหล่านี้เป็นยามชั้นดีให้แก่คุณให้อุ่นใจได้

5.ช่วยลดความเครียดจากการทำงาน
เจ้าของที่อยู่ในวัยทำงานมักมีระดับความเครียดสูง เนื่องจากต้องทำงานหนักให้เพียงพอต่อค่าครองชีพ แถมยังต้องพยายามหารายได้เสริม เพิ่มเงินเก็บออมอีกด้วย การทำงานอย่างต่อเนื่อง 10-12 ชั่วโมง จะทำให้มีความเครียดสะสมสูง เมื่อมีสุนัขและแมวรออยู่ที่บ้าน จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น มีการศึกษาพบว่า การพูดคุยหรือกอดสัตว์เลี้ยง จะช่วยให้ระดับความเครียดลดลงได้อย่างมาก

การมีสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวในครอบครัว ส่งผลดีได้หลายด้าน ทั้งช่วยลดความเครียด แก้เหงา ปรับเปลี่ยนนิสัยให้เป็นคนรับผิดชอบมากขึ้น ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ต้องเลือกสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงที่มีอุปนิสัยเหมาะกับแต่ละครอบครัว และวางแผนพื้นที่เลี้ยงดูที่เหมาะสม สร้างความสะดวกสบายให้กับสัตว์เลี้ยงด้วย จึงจะไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมา

5 เหตุผลที่ลดน้ำหนักอย่างไรก็ทำไม่สำเร็จ

5 เหตุผลที่ลดน้ำหนักอย่างไรก็ทำไม่สำเร็จ

ทุกวันนี้คนอายุเกิน 40-50 ปีเป็นโรคอ้วนน้ำหนักเกิน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพนำไปสู่โรคร้ายหลายโรค การลดน้ำหนักเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่รักการกินเป็นชีวิตจิตใจ มีคนจำนวนมากที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีผิด ๆ เช่น พึ่งยาลดความอ้วน กินแล้วล้วงคออาเจียน ลดแคลอรี่รับประทานอาหารน้อยลงจนเกือบอดอาหาร แล้วก็สงสัยว่าเดินและออกกำลังกายแทบทุกวัน แต่ทำไมลดน้ำหนักไม่ได้เสียที มีคำตอบเดียวคือ “ทำผิดวิธี”

เมื่อคนเราอายุมากขึ้น จะมีข้อจำกัดหลายอย่างทั้งสุขภาพร่างกายและข้อต่อที่เสื่อมสภาพ แม้พยายามออกกำลังกายให้หนัก แต่ร่างกายกลับมีอาการปวดเนื้อตัวกลายเป็นโทษไปเสียอีก มาดูกันว่าเพราะเหตุใดบ้างที่ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ เพื่อจะได้ปรับวิธีการใหม่ให้ถูกต้อง

1.รับประทานอาหารไม่ถูกหลัก
ถ้ารับประทานอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการแล้ว ไม่ว่าจะรับประทานอาหารแบบใด ความพยายามลดน้ำหนักก็จะไม่ได้ผล อาหารไขมันต่ำอย่างไดเอทโซดาและขนมปังขาวไม่เหมาะสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก ให้เปลี่ยนเป็นขนมปังโฮลวีทหรือขนมปังแบบโฮลเกรนแทน เพราะให้ไฟเบอร์จากธัญพืช ได้รับสารอาหารที่ดีกว่า หลายคนคิดว่าในช่วงลดน้ำหนักเลือกรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำก็ดีพอแล้ว แต่กลับกินเบคอนทุกวันหรือกินอาหารแปรรูปบ่อย ๆ อย่างไส้กรอก, ขนมเบเกอรี่, บิสกิต หรือแม้แต่ซอส ยิ่งจะทำให้น้ำหนักเพิ่มและอ้วนง่าย เปลี่ยนมารับประทานผักผลไม้สดควบคู่กับอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ช่วยให้อิ่มพอดีและไม่เพิ่มน้ำหนักด้วย

2.ขาดการออกกำลังกายเสริมพลังกล้ามเนื้อ
เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจนตั้งตัวไม่ทัน แม้จะกินเท่าเดิมแต่ทำไมอ้วนขึ้น เหตุก็เพราะอัตราการเผาผลาญช้าลง ทำให้มีพลังงานส่วนเกิน อีกทั้งร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อประมาณ 3%-8% ทำให้กล้ามเนื้อหย่อนยาน และมีไขมันสะสมตามร่างกายง่ายขึ้น ส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนทำให้เสียสมดุล การออกกำลังกายที่เหมาะกับวัยเป็นประจำ จะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและกระตุ้นร่างกายให้เผาผลาญแคลอรีตลอดทั้งวัน

3.ขาดสารอาหารโปรตีน
เนื่องจากคนเรามีอายุมากขึ้นมักจะมีปัญหาเรื่องย่อยโปรตีนได้ยาก เกิดอาการท้องอืดเฟ้อ จึงรับประทานโปรตีนน้อยลงซึ่งส่งผลกระทบต่อการซ่อมเสริมมวลกล้ามเนื้อ เนื่องจากโปรตีนเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เมื่อมวลกล้ามเนื้อน้อยลง อัตราเผาผลาญพลังงานก็ลดลงด้วย

4.ยาอาจเป็นสาเหตุของเป็นปัญหา
เป็นธรรมดาที่ผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวต้องกินยาตามใบสั่งแพทย์เป็นประจำ ปริมาณยาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามโรคและอายุ ยาบางตัวส่งผลต่อน้ำหนักตัวและทำให้การลดน้ำหนักทำได้ยากขึ้น เช่น ยาแก้แพ้ที่มีส่วนผสมของไดเฟนไฮดรามีน ที่กระตุ้นให้อยากอาหาร ยาบางชนิดทำให้การเผาผลาญช้าลง หากเกิดปัญหาเช่นนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนตัวยาชนิดอื่นที่ไม่มีผลต่อน้ำหนักแทน

5.กินมากเกินไปในตอนกลางคืน
ลดน้ำหนักอย่างไรก็คงไม่ได้ผล คนที่กินจุบกินจิบหลังอาหารเย็นมักจะบริโภคแคลอรีโดยเฉลี่ย 200 กิโลแคลอรี ถือว่าไม่น้อยเลย เทียบได้กับไข่ต้ม 3 ฟอง, ชีสเบอร์เกอร์ครึ่งชิ้น, เฟรนช์ฟรายด์ขนาดเล็ก, เมลอน 500 กรัม, โค้ก 500 มิลลิลิตร เป็นต้น หยุดกินก่อนเวลา 19.00 น. ร่างกายจะเผาผลาญไขมันได้ดีกว่า คอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือดลดลง ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากใครที่เป็นคอลูกหนัง มีนัดยามดึกกับโปรแกรมบอลคู่เด็ดเป็นประจำแล้วอยู่ การปรับพฤติกรรมลดการกินมื้อดึกก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ

การลดน้ำหนัก เป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่ต้องเผชิญ โดยเฉพาะคนที่ทำงานนั่งโต๊ะ ไม่ได้ขยับร่างกายตลอดวัน ก็ยิ่งลดน้ำหนักได้ยาก ทางแก้ปัญหานี้คือ ต้องลดพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ดังที่เราแนะนำแล้วข้างต้น โดยเพิ่มพฤติกรรมที่เหมาะสม ทั้งกินอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกาย และการให้เวลากับร่างกายได้ค่อย ๆ ปรับตัวโดยไม่หักโหมหรือลดน้ำหนักแบบหวังผลรวดเร็วเกินไป หากทำได้ก็จะมีรูปร่างที่ดี ใส่เสื้อผ้าแล้วดูดีอย่างที่ต้องการ ที่สำคัญที่สุดคือจะได้มีสุขภาพดีด้วย

รู้หรือไม่ 5 พืชผักสมุนไพรใกล้ตัว มากสรรพคุณรักษาโรค

รู้หรือไม่ 5 พืชผักสมุนไพรใกล้ตัว มากสรรพคุณรักษาโรค

เรื่องโรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ขึ้นชื่อว่าอาการเจ็บป่วยจะมาเยือนเราตอนไหนก็ไม่สามารถรับรู้ได้ และหากเกิดขึ้นมาแล้ว การดูแลรักษาให้หายด้วยตัวเองน่าจะเป็นเรื่องง่ายและสิ้นเปลืองน้อยที่สุด วันนี้เราจะมาแนะนำพืช ผักใกล้ตัว 5 ชนิดที่หาได้ง่าย ๆ ในครัวหรือสวนของบ้าน สามารถใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคด้วยตัวเองง่าย ๆ ได้ มีชนิดไหนบ้าง มาเริ่มดูไปทีละรายการ ดังนี้

1.ใบโหระพา เป็นแหล่งของสารต้านโรคหลากชนิด โดยเฉพาะน้ำมันโหระพา มีองค์ประกอบของสารเคมี Methyl chavicol และ linalool รวมถึงบีตา แคโรทีนที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคได้ เช่น โรคหัวใจขาดเลือดและมะเร็ง นอกจากนี้การบริโภคโหระพาเป็นประจำนับเป็นการใช้ยารักษาอาการเจ็บป่วยบางประเภทไปในตัวด้วยเช่น อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้อาการท้องผูก รักษาอาการเหงือกอักเสบ และช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้

2.ตะไคร้ มีส่วนประกอบของสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก รวมถึงวิตามินเอ นับเป็นพืชผักในครัวที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกทั้งยังมีสรรพคุณทางยาใช้รักษาโรคได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการหวัด ปวดศีรษะ ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้จุกเสียด แน่นหน้าอก ลดความดันโลหิตสูง ช่วยลดอาการปวดและการอักเสบ ช่วยในการรักษาโรคเบาหวาน และยังสามารถใช้เป็นอาหารบำรุงไต ระบบประสาทและสมองด้วย

3.ขิง อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกัน ทั้งวิตามินเอ บี ซี โซเดียม โพแทสเซียมหรือแมกนีเซียม ส่วนที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์คือเหง้าแก่และอ่อน รวมทั้งลำต้นอ่อนและใบ ที่สำคัญคือขิงมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคได้หลายชนิดทั้งต้านโรคเบาหวาน แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ลดการจุกเสียด แน่นท้อง และยังช่วยลดน้ำตาลในเลือด รวมทั้งบรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ได้

4.ตำลึง เป็นพืชผักอีกชนิดที่มีส่วนประกอบของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายทั้งโปรตีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินเอและซี นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณใช้บำรุงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายด้วยไม่ว่าจะเป็นช่วยบำรุงสายตาและกระดูก ช่วยระบบย่อยอาหาร รักษาเลือดออกตามไรฟัน แก้โรคผิวหนัง ไข้หวัด รักษาโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และช่วยลดน้ำตาลในเลือด

5.กระเทียม ถือเป็นผักยอดฮิตที่กินดี กินง่าย แถมมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายทั้งช่วยป้องกันและรักษาโรคหวัด ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ ลดอาการท้องผูก ใช้เป็นสารยับยั้งการก่อมะเร็ง แก้ปัญหาผมหลุดร่วง ช่วยรักษาสิว นอกจากนี้ผู้ที่กินกระเทียมบ่อย ๆ ยังช่วยลดการสะสมของไขมันในเลือด อีกทั้งมีส่วนช่วยให้ควบคุมน้ำหนักได้ด้วย

เราไม่ควรมองข้ามพืชผักสมุนไพรในบ้านเหล่านี้ เนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและยังมีส่วนช่วยยับยั้งอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น อาการหวัดหรือท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพดีไปพร้อมกัน

ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกคืออะไร ทำไมบาร์โตเมว ถึงอยากให้บาร์ซ่าเข้าร่วมการแข่งขัน?

ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกคืออะไร ทำไมบาร์โตเมว ถึงอยากให้บาร์ซ่าเข้าร่วมการแข่งขัน?

แฟนฟุตบอลหลายคนคงทราบแล้วว่า โจเซฟ มาเรีย บาร์โตเมว (Josep Maria Bartomeu) บิ๊กบอสของ บาร์เซโลนา ยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลิกา สเปน ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานบริหารของสโมสรตามเสียงเรียกร้องของแฟนบอลเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากที่อดีตผู้บริหารวัย 57 ปี บริหารทีมได้อย่างย่ำแย่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แถมยังมีปัญหาไม่ลงรอยกับซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 ของทีมอย่าง ลีโอเนล เมสซี่ (Lionel Messi) อีกต่างหาก เมื่อทนกระแสวิจารณ์และกดดันที่มาจากรอบทิศทางไม่ไหว บาร์โตเมว จึงไม่มีทางเลือกนอกจากประกาศสละเก้าอี้ประธานสโมสร แต่ก็ยังไม่ทิ้งลายผู้บริหารเจ้าปัญหาไว้ให้แฟนบอลเจ้าบุญทุ่มได้ปวดหัวกันเล่น ๆ ด้วยการตอบตกลงพาบาร์เซโลนาเข้าร่วมรายการ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก (European Super League) ที่มีข่าวว่าจะจัดการแข่งขันขึ้นในเร็ว ๆ นี้ นั่นทำให้แฟนบอลหลายคนถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกว่ารายการ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก มันคือทัวร์นาเมนต์อะไร ต่างจากทัวร์นาเมนต์อันดับหนึ่งของโลกอย่าง ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ยังไง? วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก (European Super League) อธิบายง่าย ๆ คือ ทัวร์นาเมนต์ที่จะรวมเอาบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ระดับแถวหน้าของยุโรป (และของโลก) มาอยู่ในรายการเดียวกัน ถ้าถามว่ายิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ลองจินตนาการถึงรายการที่มีทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา, บาร์เยิร์น มิวนิค, เปแอสเช, ยูเวนตุส ฯลฯ แค่เห็นชื่อก็รับประกันถึงความยิ่งใหญ่ได้แล้ว แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าแบบนี้มันจะต่างจากรายการ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก (UEFA Champions League) ที่เตะกันทุกปียังไง? คำตอบก็คือ จริง ๆ แทบไม่ต่างกัน เพียงแต่ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก เป็นการรวมหัวของบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปที่มองว่าตัวเองมักถูกเอาเปรียบเรื่องรายได้จาก สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรปหรืยูฟ่า (UEFA) เจ้าของรายการยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก มากเกินไป ไม่ว่าจะเป็น ส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด, ส่วนแบ่งสปอนเซอร์, ส่วนแบ่งเงินรางวัล แม้แต่ส่วนแบ่งค่าตั๋วของผู้ชมในสนาม ซึ่งหลายสโมสรถูก ยูฟ่า ดูดเงินออกไปจนทำให้รายได้ไม่เข้าสู่สโมสรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ดังนั้น บรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่จึงเกิดแนวคิดที่ว่าจะรวมหัวกันไปตั้งรายการชิงเจ้ายุโรปของตัวเอง โดยไม่ง้อคนกลางอย่าง ยูฟ่า ถ้านึกภาพไม่ออกก็ลองจินตนาการถึงรายการ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่ไม่มียอดสโมสรจาก 5 ลีกใหญ่ของยุโรปดูสิ คงจะหมดสนุกไปเลย ซึ่งทาง ยูฟ่า ก็รู้ถึงความร้ายแรงของปัญหานี้ จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้บรรดาบิ๊กแห่งโลกลูกหนังถอนตัวจากรายการ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก มาหลายปี แต่อยู่ ๆ บาร์โตเมว ก็มาประกาศว่า บาร์เซโลนา จะเข้าร่วมรายการ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ก่อนจะลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าบุญทุ่มแค่ไม่กี่วัน ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ผู้บริหารชุดใหม่ซะอย่างนั้น แบบนี้ไม่เรียกว่าแสบแล้วจะเรียกว่าอะไร