คอลลาเจนไดเปปไทด์กับไตรเปปไทด์ แตกต่างกันอย่างไร

คอลลาเจนไดเปปไทด์กับไตรเปปไทด์ แตกต่างกันอย่างไร

คอลลาเจน (Collagen) เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายมีความยืดหยุ่น ทำให้ผิวพรรณแลดูเต่งตึง ชุ่มชื้น และมีชีวิตชีวา แต่เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายคนเรากลับผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง จึงเป็นที่มาของนวัตกรรมอาหารเสริมคอลลาเจนเพื่อสุขภาพที่มีให้เห็นอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยวันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับคอลลาเจนที่สำคัญต่อร่างกายสองชนิดด้วยกัน ได้แก่ คอลลาเจนไดเปปไทด์ และคอลลาเจนไตรเปปไทด์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างน่าสนใจ

คอลลาเจน (Collagen) เป็นเส้นใยโปรตีนที่มากถึง 1 ใน 3 ส่วนของร่างกายคนเรา ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนหลายชนิด พบมากในผิวหนัง เส้นผม กระดูก เล็บ ข้อต่อ และเส้นเอ็น ช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นและชุ่มชื้นในส่วนต่าง ๆ โดยปกติแล้วคอลลาเจนจะถูกสังเคราะห์โดยกรดอะมิโนที่ร่างกายได้รับจากรับประทานสารอาหารชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินซี แต่หากร่างกายมีปริมาณวิตามิน C ไม่เพียงพอ การสังเคราะห์คอลลาเจนก็อาจจะไม่สมบูรณ์

ดังนั้น จะสังเกตุได้ว่าเมื่อร่างกายขาดคอลลาเจน ผิวพรรณจะเหี่ยวย่น แห้งกร้าน ผมหงอกเร็ว ขาดหลุดร่วง รวมถึงอาการปวดเมื่อยหลัง ไหล่ เอ็นและข้อต่อตามร่างกาย ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถเพิ่มคอลลาเจนให้กับร่างกายได้โดยการรับประทานอาหารที่มีปริมาณคอลลาเจนสูง เช่น ปลาทะเล ไข่ ผักใบเขียว และผลไม้อย่าง อะโวคาโด มะกอก มะเขือเทศ ถั่ว เป็นต้น คอลลาเจนแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ 1. คอลลาเจนเปปไทด์ มีโมเลกุลใหญ่กว่า 300,000 ดาลตัน 2.คอลลาเจนไตรเปปไทด์ เป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนย่อยจนเหลือกรดอะมิโน 3 ตัวเรียงกันมีขนาดโมเลกุลเฉลี่ย 500-1000 ดาลตัน มีความสามารถในการดูดซึมได้ในระดับปานกลาง และ 3.คอลลาเจนไดเปปไทด์ เป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการย่อยโดยเอนไซม์ จนเหลือกรดอะมิโน 2 ตัวเรียงกัน มีโมเลกุลขนาดเล็กเพียง 200 ดาลตัล จึงทำให้มีประสิทธิภาพในการดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและมากกว่าคอลลาเจนชนิดอื่น ๆ

ด้วยคุณสมบัติพิเศษของคอลลาเจนไดเปปไทด์ (Collagen Dipeptide) ซึ่งมีโมเลกุลเฉลี่ยเล็กมาก จึงไม่ถูกย่อยสลายในกระเพาะอาหาร แต่จะถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้เล็กและเข้าสู่กระแสเลือด ทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ผิวหนัง ตลอดจนช่วยยับยั้งการเสื่อมของเซลล์คอนโดไซด์ (Chondrocytes) ซึ่งทำหน้าที่สร้างกระดูกอ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนคอลลาเจนไตรเปปไทด์(Collagen Tripeptide) นั้น แม้ว่าจะมีโมเลกุลขนาดใหญ่กว่าคอลลาเจนไดเปปไทด์ แต่ก็มีประสิทธิภาพในการซ่อมแซม ฟื้นฟูและบำรุงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น บำรุงรากผมให้แข็งแรง บำรุงผิวพรรรณให้แลดูเต่งตึง ช่วยเสริมสร้างกระดูกข้อข้อต่อและเอ็นให้แข็งแรง พร้อมทั้งช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน ต่างกันเพียงขนาดของโมเลกุลใหญ่กว่าคอลลาเจนไดเปปไทด์ จึงทำให้การดูดซึมช้ากว่าเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตาม คอลลาเจนจะทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อรับประทานร่วมกับอาหารหรือผักผลไม้ที่มีวิตามินซี เพราะวิตามินซี มีสารต้านอนุมูลอิสระ ละลายในน้ำได้ จึงช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ การปรับโครงสร้างผิวหนังให้แข็งแรง และป้องกันการเสื่อมของกระดูกอ่อนในข้อต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ