Author Archive: Rebecca Holmes

รับประทานผักดิบชนิดไหน อันตรายต่อสุขภาพ

รับประทานผักดิบชนิดไหน อันตรายต่อสุขภาพ

ผักเป็นเป็นหนึ่งในอาหาร 5 หมู่ตามหลักโภชนาการ ที่ทำให้ร่างกายได้รับเส้นใยไฟเบอร์ ลดความเสี่ยงการเป็นโรคท้องผูก ริดสีดวงทวารหนักและมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร และยังช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้ว นักวิชาการจะแนะนำให้รับประทานผักสด เพราะจะทำให้ได้รับคุณค่าทางอาหารครบถ้วน แต่ก็มีผักบางชนิดที่ไม่ควรรับประทานแบบดิบ ๆ ควรผ่านกระบวนการทําความร้อนก่อน เช่น ต้ม นึ่ง ผัก ทอด ฯลฯ

ถั่วงอก

ถั่วงอกเป็นผักที่นิยมรับประทานแกล้มกับก๋วยเตี๋ยวเรือ ผัดไท หอยทอด ฯลฯ ซึ่งคนไทยนิยมรับประทานเป็นประจำ ในถั่วงอกดิบนั้นมีสารไฟเตท phytateในปริมาณที่สูง มีฤทธิ์ไปยับยั้งการดูดซึมแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด โดยเฉพาะแคลเซียม ที่จำเป็นต่อการสร้างความแข็งแรงในกระดูกและการรักษาสมดุลของระบบเลือด จึงควรทำสุกก่อนรับประทาน นอกจากนี้ จากการสุ่มตรวจของกระทรวงสาธารณสุขไทย พบว่าในถั่วงอกดิบมีสารฟอกขาวปนเปื้อนในปริมาณสูง เนื่องจากมีความนิยมเลือกซื้อถั่วงอกขาวมาก ๆ เพราะน่ารับประทาน ดังนั้น จึงแนะนำให้ทำสุกเสมอก่อนการบริโภค

หน่อไม้

ในหน่อไม้ดิบมีสารไซยาไนด์ หากรับประทานเข้าไปจะมีผลต่อระบบเลือด รบกวนสมดุลการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนได้ วิธีป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับพิษของสารไซยาไนด์ คือ การต้มหน่อไม้ในน้ำเดือดอย่างน้อย 10 นาที ก่อนรับประทานเสมอ นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ที่นิยมรับประทานหน่อไม้ดองในเมนูอาหารต่าง ๆ เช่น ซุปหน่อไม้ แกงหน่อไม้ ฯลฯ อาจได้รับสารที่ทำให้เสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงด้วย

มันสำปะหลัง

มันสำปะหลัง

ในมันสำปะหลังดิบมีสารที่เป็นพิษต่อร่างกาย ชื่อ ลินามาริน มีฤทธิ์อันตรายในการยับยั้งกระบวนการทำงานของไมโทคอนเดรีย แหล่งสร้างพลังงานที่อยู่ภายในเซลล์ร่างกาย หากได้รับในปริมาณสูง ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ จึงต้องนำมาแปรรูปทำให้สุกก่อนรับประทานเสมอ

กะหล่ำปลี

ตามร้านอาหารและในครัวเรือน นิยมใช้กะหล่ำปลีแบบดิบแต่งจานอาหาร และทำเป็นผักสลัดมากที่สุดชนิดหนึ่ง แต่ตามหลักโภชนาการ ขอแนะนำว่าควรทำให้สุกก่อนรับประทาน เพราะในกะหล่ำปลีดิบมีสารอันตรายที่ชื่อว่า goitrogen ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมแร่ธาตุสำคัญอย่างไอโอดีน ที่จำเป็นต่อการสร้างฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ ดังนั้น หากรับประทานกะหล่ำปลีดิบเป็นประจำ จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคคอพอกได้

จะเห็นได้ว่า มีผักอยู่หลายชนิดที่เรารับประทานในชีวิตประจำวัน ที่เราอาจมองข้ามอันตรายว่ามีสารที่ทำร้ายร่างกายเราได้หากรับประทานแบบดิบ ๆ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้ทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาข้อมูลด้านอาหารและโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อตัวเองและคนในครอบครัวมากขึ้น อย่ามัวแต่ดูผลบอลเมื่อคืน บอลเมื่อคืน ดูหนัง จนเพลินแล้วมองข้ามสุขภาพ

โรคนอนไม่หลับ ปัญหาสุขภาพที่คนยุคใหม่ต้องรู้จัก

โรคนอนไม่หลับ ปัญหาสุขภาพที่คนยุคใหม่ต้องรู้จัก

ในปัจจุบัน หากสังเกตจะพบว่าคนรอบตัวจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นหรือวัยทำงาน บ่นถึงปัญหานอนไม่หลับกันมากขึ้น ซึ่งในทางการแพทย์แล้ว ปัญหานอนไม่หลับ หรือ insomnia หมายถึง การมีชั่วโมงนอนที่น้อยเกินไป ส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับที่แย่ลงหรือหลับไม่สนิท ทำให้ตื่นขึ้นมาแล้วมีอาการอ่อนเพลีย หรือบางกรณีเกิดจากการปรับเปลี่ยนเวลา เช่น ผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ แล้วเกิดภาวะเจ็ตแล็ก เนื่องจากเวลา time zone ของแต่ละประเทศไม่เท่ากัน ก็เป็นไปได้

อาการนอนไม่หลับ หากเกิดจากผลกระทบรอบตัว เช่น ความเครียดจากการต้องทำงานหนัก หรือการต้องเผชิญกับปัญหาที่ยังแก้ไขไม่ได้ การทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนร่วมงานหากเป็นวัยเรียนก็มีความเครียดจากการต้องสอบแข่งขัน ฯลฯ จะทำให้มีอาการนอนไม่หลับชั่วคราวหรือที่เรียกว่า adjustment insomnia ซึ่งหากภาวะดังกล่าวได้ถูกแก้ไข ก็ทำให้กลับมานอนหลับได้ดีดังเดิม

ส่วนอาการนอนไม่หลับอีกประเภทหนึ่งที่พบได้บ่อยมากขึ้น คืออาการนอนไม่หลับแบบเรื้อรัง หรือ chronic insomnia นับจากระยะเวลาของคืนที่นอนไม่หลับ จะต่อเนื่องมากกว่า 30 วัน ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อสมองคือ การหลั่งสารเคมีในสมองเสียสมดุล เช่น ผู้ที่ทำงานเป็นนักบิน แอร์โฮสเตส หรือนักธุรกิจที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ จนมีช่วงเวลากลางวันกลางคืนที่สลับกัน จนร่างกายไม่สามารถที่จะปรับตัวได้ หรืออยู่ในภาวะสะเทือนใจอย่างรุนแรง เช่น บิดามารดาเสียชีวิต อกหักจากคนรัก นอกจากนี้ ยังเกิดจากการใช้ยาบางอย่างในการรักษาโรคอื่นได้ด้วย เช่น ผู้ที่ใช้ยารักษาโรคซึมเศร้า ยาความดันโลหิตสูง ฯลฯ

โรคนอนไม่หลับจะทำให้มีความอ่อนเพลียในช่วงกลางวันมากขึ้น หากขับรถเองจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรถชนจากการหลับในได้ ขณะเดียวกันก็ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดน้อยลง ขาดสมาธิ หงุดหงิดโมโหคนรอบข้างง่าย ส่งผลต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกน้อง ตลอดจนลูกค้าที่คุณติดต่องานด้วย

การรักษาปัญหานอนไม่หลับ หากอาการเป็นเพียงเล็กน้อย ให้ใช้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น นอนในห้องปิดไฟสนิท ไม่มีเสียงดังรบกวน ลองเปิดเพลงเบา ๆ คลอก่อนนอน ใช้น้ำหอมกลิ่นอ่อนที่ช่วยให้นอนหลับง่าย เช่น กลิ่นมะลิ กลิ่นลาเวนเดอร์เป็นต้น หากทำตามวิธีที่กล่าวมาแล้ว ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานอนไม่หลับได้ อาจจะต้องพบแพทย์เพื่อปรึกษาหรือตรวจร่างกายโดยละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน

เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ หากคุณเป็นคนหนึ่งหรือมีคนรอบตัวที่กำลังประสบปัญหานี้ เมื่อทราบรายละเอียดของโรคนอนไม่หลับดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะได้ดูแลสุขภาพตัวเองและคนรอบข้างได้ดีขึ้นต่อไป

คอลลาเจนไดเปปไทด์กับไตรเปปไทด์ แตกต่างกันอย่างไร

คอลลาเจนไดเปปไทด์กับไตรเปปไทด์ แตกต่างกันอย่างไร

คอลลาเจน (Collagen) เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายมีความยืดหยุ่น ทำให้ผิวพรรณแลดูเต่งตึง ชุ่มชื้น และมีชีวิตชีวา แต่เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายคนเรากลับผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง จึงเป็นที่มาของนวัตกรรมอาหารเสริมคอลลาเจนเพื่อสุขภาพที่มีให้เห็นอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยวันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับคอลลาเจนที่สำคัญต่อร่างกายสองชนิดด้วยกัน ได้แก่ คอลลาเจนไดเปปไทด์ และคอลลาเจนไตรเปปไทด์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างน่าสนใจ

คอลลาเจน (Collagen) เป็นเส้นใยโปรตีนที่มากถึง 1 ใน 3 ส่วนของร่างกายคนเรา ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนหลายชนิด พบมากในผิวหนัง เส้นผม กระดูก เล็บ ข้อต่อ และเส้นเอ็น ช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นและชุ่มชื้นในส่วนต่าง ๆ โดยปกติแล้วคอลลาเจนจะถูกสังเคราะห์โดยกรดอะมิโนที่ร่างกายได้รับจากรับประทานสารอาหารชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินซี แต่หากร่างกายมีปริมาณวิตามิน C ไม่เพียงพอ การสังเคราะห์คอลลาเจนก็อาจจะไม่สมบูรณ์

ดังนั้น จะสังเกตุได้ว่าเมื่อร่างกายขาดคอลลาเจน ผิวพรรณจะเหี่ยวย่น แห้งกร้าน ผมหงอกเร็ว ขาดหลุดร่วง รวมถึงอาการปวดเมื่อยหลัง ไหล่ เอ็นและข้อต่อตามร่างกาย ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถเพิ่มคอลลาเจนให้กับร่างกายได้โดยการรับประทานอาหารที่มีปริมาณคอลลาเจนสูง เช่น ปลาทะเล ไข่ ผักใบเขียว และผลไม้อย่าง อะโวคาโด มะกอก มะเขือเทศ ถั่ว เป็นต้น คอลลาเจนแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ 1. คอลลาเจนเปปไทด์ มีโมเลกุลใหญ่กว่า 300,000 ดาลตัน 2.คอลลาเจนไตรเปปไทด์ เป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนย่อยจนเหลือกรดอะมิโน 3 ตัวเรียงกันมีขนาดโมเลกุลเฉลี่ย 500-1000 ดาลตัน มีความสามารถในการดูดซึมได้ในระดับปานกลาง และ 3.คอลลาเจนไดเปปไทด์ เป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการย่อยโดยเอนไซม์ จนเหลือกรดอะมิโน 2 ตัวเรียงกัน มีโมเลกุลขนาดเล็กเพียง 200 ดาลตัล จึงทำให้มีประสิทธิภาพในการดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและมากกว่าคอลลาเจนชนิดอื่น ๆ

ด้วยคุณสมบัติพิเศษของคอลลาเจนไดเปปไทด์ (Collagen Dipeptide) ซึ่งมีโมเลกุลเฉลี่ยเล็กมาก จึงไม่ถูกย่อยสลายในกระเพาะอาหาร แต่จะถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้เล็กและเข้าสู่กระแสเลือด ทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ผิวหนัง ตลอดจนช่วยยับยั้งการเสื่อมของเซลล์คอนโดไซด์ (Chondrocytes) ซึ่งทำหน้าที่สร้างกระดูกอ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนคอลลาเจนไตรเปปไทด์(Collagen Tripeptide) นั้น แม้ว่าจะมีโมเลกุลขนาดใหญ่กว่าคอลลาเจนไดเปปไทด์ แต่ก็มีประสิทธิภาพในการซ่อมแซม ฟื้นฟูและบำรุงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น บำรุงรากผมให้แข็งแรง บำรุงผิวพรรรณให้แลดูเต่งตึง ช่วยเสริมสร้างกระดูกข้อข้อต่อและเอ็นให้แข็งแรง พร้อมทั้งช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน ต่างกันเพียงขนาดของโมเลกุลใหญ่กว่าคอลลาเจนไดเปปไทด์ จึงทำให้การดูดซึมช้ากว่าเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตาม คอลลาเจนจะทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อรับประทานร่วมกับอาหารหรือผักผลไม้ที่มีวิตามินซี เพราะวิตามินซี มีสารต้านอนุมูลอิสระ ละลายในน้ำได้ จึงช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ การปรับโครงสร้างผิวหนังให้แข็งแรง และป้องกันการเสื่อมของกระดูกอ่อนในข้อต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตอย่างไร เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า

ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตอย่างไร เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า

ไม่ว่าเราจะมีบทบาทหรือหน้าที่ใด ๆ ในชีวิตประจำวันก็ตาม แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุก ๆ คนไม่ควรที่จะละเลยก็คือ สุขภาพของตนเอง แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่เชื่อเลยว่าต้องมีคนจำนวนไม่น้อยที่ปล่อยปละละเลยสุขภาพของตนเองอยู่เป็นประจำ รวมถึงในบางครั้งก็ทำร้ายสุขภาพไปโดยที่ไม่รู้ตัวด้วย เช่นนั้นแล้ว การปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อตอบโจทย์สุขภาพที่ดีจึงเป็นสิ่งมีความจำเป็นอย่างมาก ควรที่จะเริ่มต้นอย่างเร็วที่สุดเพื่อหยุดยั้งปัญหาสุขภาพที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่ในการทำงานหรือวันหยุดพักผ่อน มักจะเป็นการนั่งทำงานอยู่กับที่ มีการเคลื่อนไหวน้อย มีกิจกรรมทางกายที่ลดลง มักจะใช้เวลาอยู่ที่หน้าจอมือถือหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์กันเป็นส่วนใหญ่ แถมหลังจากทำกิจกรรมพวกนี้แล้ว ก็ไม่ได้มีการเพิ่มกิจกรรมทางกายอื่น ๆ อย่างการเดิน การวิ่ง การออกกำลังกาย การปั่นจักรยาน ทำงานบ้าน เป็นต้น ยิ่งทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคไขมันในเส้นเลือดสูง โรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือดต่าง ๆ เป็นต้น สาเหตุส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจากการที่เราได้รับอาหารต่าง ๆ เข้ามาแต่ไม่ได้ใช้พลังงานที่จะทำให้เกิดการเผาผลาญอาหารอย่างเหมาะสม เมื่อสะสมไปนาน ๆ ก็ทำให้เกิดโรคอ้วนได้ไม่ยาก ดังนั้นเราจึงควรที่จะเพิ่มกิจกรรมทางกายให้มากยิ่งขึ้น อย่างการออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30-45 นาที เป็นระยะเวลา 5-7 วันต่อสัปดาห์ หรือเพิ่มระยะทางการเดินในแต่ละวันให้มากขึ้น เปลี่ยนท่าทางอิริยาบถบ่อย ๆ ลดระยะเวลาการดูหนัง เสพความบันเทิงในโซเชียลมีเดียมาทำกิจกรรมอย่างอื่น อย่างเช่นการความสะอาดบ้าน การทำสวน รดน้ำต้นไม้ เป็นต้น

นอกจากนี้แล้วการรับประทานอาหารตามใจปาก โดยเป็นอาหารที่มีไขมันหรือคอเลสเตอรอลสูงอย่าง ไข่นกกระทา ปลาหมึกกระดอง ไข่แดง ตับหมู ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ เพราะไขมันสามารถที่ไปเกาะหรือสะสมอยู่ที่ผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถส่งผลให้เกิดโรคร้ายแรงตามมาได้ อย่างหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น ดังนั้นการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างผักใบเขียว ธัญพืชต่าง ๆ ลดกระบวนการที่ใช้น้ำมันในการปรุงอาหารหรือวัตถุดิบที่มีคอเลสเตอรอลสูงก็เป็นทางเลือกที่ดี

ถ้าหากว่าเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางกายและพฤติกรรมการบริโภคให้มีความเหมาะสมตั้งแต่ในตอนนี้ ในอนาคตข้างหน้านั้นนอกจากเราจะมีสุขภาพกายที่ดี แข็งแรง ปราศจากโรคภัยต่าง ๆ แล้ว ก็ยังจะมีสุขภาพใจที่ดีอีกด้วย

4 วิธีคิดที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการทำงาน

4 วิธีคิดที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการทำงาน

เมื่อถึงวัยทำงานแล้ว ความสำเร็จในการทำงานคือเป้าหมายที่ทุกคนต้องไปให้ถึง ไม่ว่าจะได้เลื่อนตำแหน่ง ได้รับการชมเชยจากหัวหน้างาน ได้รายได้ตอบแทนที่เพิ่มขึ้น ได้รับงานที่ใหญ่ขึ้น ได้รับความไว้วางใจจากเจ้านาย ซึ่งการที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานได้นั้นมีหลายปัจจัยมาเกี่ยวข้อง ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึง 4 วิธีคิดที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการทำงานได้อย่างแน่นอน

1.เป้าหมายมีไว้พุ่งชน

อย่างแรกก่อนที่จะเริ่มต้นทำอะไรก็ตาม ที่คุณควรมีคือ เป้าหมาย ซึ่งคุณควรตั้งเป้าหมายไว้ก่อน เช่น คุณอยากเป็นหัวหน้าก่อนอายุเท่าไหร่ จะทำงานเก็บประสบการณ์ในส่วนนี้เพื่อที่จะไปต่อยอดอีกกี่ปี คุณจะต้องมีเงินเก็บจากงานก่อนเกษียณเท่าไหร่ เป็นต้น ซึ่งเมื่อคุณมีเป้าหมายและเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว คุณก็จะมีทิศทางที่ชัดเจนและมีกำลังใจในการทำงาน เพราะรู้ว่ากำลังทำอะไรและจะไปที่ไหน

2.พัฒนาตัวเองตลอดเวลา

คุณไม่ควรหยุดนิ่งอยู่กับที่ เพราะเมื่อไหร่ที่คุณหยุดนิ่งอยู่กับที่ จะมีคนมาแซงหน้าคุณตลอดเวลา คุณควรจะศึกษาหาความรู้ใหม่ ๆ ตลอดเวลา เช่น ฝึกใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงาน เพิ่มความรู้ทางภาษา ประชุมสัมมนาเพื่อเพิ่มความรู้เกี่ยวกับสายงานตัวเอง เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจในงานมากที่สุด เพิ่มโอกาสในการทำงาน ช่วยในการมองหางานใหม่ที่ดีขึ้น ไม่จำกัดขีดความสามารถของตัวเอง โดยความรู้ความชำนาญที่เพิ่มขึ้น จะช่วยเพิ่มจุดเด่นและพรางจุดด้อยที่คุณไม่ถนัดได้อีกด้วย

3.ภาวะผู้นำ

คนเราควรมีภาวะผู้นำ เพื่อให้เกิดการทำงานที่ราบรื่นยิ่งขึ้น มีการออกความเห็น มีการคิดนอกกรอบ เมื่อได้รับมอบหมายงานมา คุณควรเผื่อและนำหน้าไปก่อน เพื่อเตรียมพร้อมในทุกสภาพโอกาส ช่วยลดโอกาสการผิดพลาดให้น้อยลง เมื่อคุณคิดงานและทำงานไกลกว่าที่คุณได้รับคำสั่ง จะนำไปสู่ความประทับใจและเชื่อมั่นในตัวคุณเพิ่มขึ้น โอกาสก้าวหน้าก็มากขึ้นไปด้วย แต่ควรระวังไว้ด้วยสำหรับการทำล่วงหน้า ควรอยู่บนพื้นฐานของกาลเทศะและสถานการณ์

4.เรียนรู้อยู่กับปัจจุบัน

เรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน เมื่อเราไม่สามารถเลือกงานที่ฝันได้ ก็ควรที่จะอยู่กับปัจจุบัน รักในงานที่ทำอยู่ เมื่อเกิดความรักในสิ่งทำ ก็จะทำให้คุณทำออกมาได้ดีและมีความสุขในการทำงานทุกวัน เกิดความชำนาญและสร้างประสบการณ์ที่คุณสามารถนำไปต่อยอดได้อีกมากมาย และเมื่อคุณมีความสุขกับการทำงาน คุณจะสามารถไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้เร็วขึ้น และทำงานได้ประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย และที่สำคัญ คุณอาจจะค้นพบศักยภาพในตัวเองที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้
ไม่มีวิธีและทางลัดใดที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในไม่กี่วัน เพราะฉะนั้นทุกวิธี ทุกการกระทำต้องตั้งอยู่บนความวิริยะอุตสาหะ ตั้งมั่น อดทน พยายาม ไม่ย่อท้อต่อทุกอุปสรรคที่เจอ ดังคำพูดที่ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น”

เปิดเคล็ดลับช่วยบริหารสมองให้แล่นฉิวและจำแม่น

เปิดเคล็ดลับช่วยบริหารสมองให้แล่นฉิวและจำแม่น

การบริหารสมองและเติมอาหารที่จำเป็นให้กับสมอง เป็นกลไกคล้ายกับการที่เรารดน้ำ ปลูกต้นไม้ ใส่ปุ๋ย เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์แข็งแรง สมองที่ถูกใช้งานอย่างหนัก ทั้งในช่วงที่ต้องเรียนหนังสือ ช่วงสอบ ช่วงการทำงานและวางแผนเรื่องต่าง ๆ

การบำรุงและให้อาหารสมองนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นการอ่านหนังสือเพิ่มเติมหรือใส่ข้อมูลหนัก ๆ เพิ่มให้กับสมองเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมถึงการบริหารสมองให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ จำเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำผ่านเทคนิควิธีการง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

เทคนิคง่าย ๆ ในการบริหารสมอง

การเล่นเกมส์ฝึกสมอง อย่าคิดว่าการเล่นเกมส์เป็นเรื่องเสียเวลาหรือไร้สาระ เพราะมีเกมส์หลายอย่างที่ช่วยพัฒนาสมองได้เป็นอย่างดี เช่น เกมส์คำศัพท์ แบบscrabble หรือเกมส์ที่ต้องใช้ความคิดและฝึกการวางแผนอย่างหมากฮอส Chess เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยพัฒนาทักษะความคิดให้ว่องไว เฉียบคม สร้างประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน และยังเป็นเกมส์ที่หาเล่นได้ง่าย โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ จึงควรแบ่งเวลามาเล่นเกมส์บ้าง เพื่อความผ่อนคลายและบริหารสมอง ที่สำคัญเกมส์เหล่านี้จะช่วยผู้สูงวัยได้มาก ในเรื่องการบริหารสมอง ทั้งยังลดความเสี่ยงจากโรคอัลไซเมอร์ได้ด้วย

ใช้ประโยชน์จากข้อมูลบนโลกออนไลน์ เพื่อพัฒนาสมอง ข้อมูลมากมายที่มีให้เราติดตามบนโลกออนไลน์ จะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองมากขึ้น หากลองเพิ่มความท้าทายเข้าไป เช่น เลือกอ่านเรื่องที่สนใจ แต่เปลี่ยนเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษแทน เพราะนอกจากจะได้เรื่องราวดี ๆ เพิ่มมุมมองในเรื่องต่าง ๆ ได้แล้ว ยังจะได้ทักษะภาษาอังกฤษให้สมองต้องคิดซับซ้อนเพิ่มขึ้นอีกด้วย

พูดคุยกับคนที่ฉลาดและรอบรู้มาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนเก่ง และฉลาดทั่วไป หรือคนที่มีความฉลาดในด้านอารมณ์ ก็ล้วนแล้วแต่จะช่วยพัฒนาการใช้สมองและเพิ่มมุมมองในเรื่องต่าง ๆ ให้ดีขึ้น จึงควรหาโอกาสอยู่ใกล้ ๆ กับคนที่มีความฉลาดและรอบรู้จะทำให้สมองมีการพัฒนาต่อเนื่อง

จดบันทึกเป็นประจำ การจดบันทึก ถือเป็นสิ่งที่ช่วยด้านการจดจำเป็นอย่างมาก เพราะเท่ากับได้ใช้สมองถึง 2 ต่อ ทั้งการเรียนรู้และยังสั่งการให้มือจดบันทึกตามที่คิด วิธีนี้จึงเป็นเคล็ดลับสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนดี ขณะที่ผู้ใหญ่หรือผู้สูงวัย ก็สามารถใช้จดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เพื่อเป็นการบริหารสมองได้อีกทางหนึ่งด้วย

เล่าเรื่องหรือถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้ เป็นอีกเคล็ดลับในการบริหารสมองให้เฉียบคม ความรู้หรือข้อมูลที่ได้มาจากการอ่านหรือเรียนรู้ จะถูกประมวลผลและเรียบเรียงในสมอง ก่อนถ่ายทอดหรือเล่าออกมาตามแนวทางของตัวเอง ถือเป็นวิธีฝึกการทำงานอย่างเป็นระบบของสมองได้อีกทางหนึ่ง

การบริหารสมองด้วยวิธีการเหล่านี้สามารถทำได้ทุกวัน เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เพื่อให้สมองทำงานได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ เฉียบคมและฉับไวอย่างที่ใจต้องการ

เทคนิคง่าย ๆ ในการบริหารสมอง

จะช่วยลูกบริหารเวลาอย่างไร เพื่อให้ผ่านพ้นวัยรุ่นไปได้อย่างสง่างาม

จะช่วยลูกบริหารเวลาอย่างไร เพื่อให้ผ่านพ้นวัยรุ่นไปได้อย่างสง่างาม

วัยรุ่น หรือวัยว้าวุ่น เป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของชีวิตเด็กที่กำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ครอบครัวที่มีลูกอยู่ในวัยนี้นอกจากพ่อแม่จะต้องปรับจูนตัวเองอย่างเต็มที่เพื่อให้ลูกไว้วางใจให้มากพอจะบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟังได้อย่างสนิทใจและต้องคอยช่วยแก้ปัญหาสารพัดรูปแบบแล้ว ยังต้องคอยสอดส่องการเลือกคบเพื่อน และอันตรายรอบตัวที่จะมาในช่วงวัย “อยากลอง” ด้วย ยิ่งมีสื่อโซเชียล สื่อสังคมออนไลน์ที่พร้อมจะแทรกซึมสารพัดเรื่องราวให้กับวัยรุ่น ยิ่งทำให้การเข้าถึงลูกเพิ่มความยากมากขึ้นไปอีก

ยิ่งลูกที่อยู่ในวัยรุ่นมีเวลาว่างมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสการสร้างโลกส่วนตัว และการเข้าถึงเรื่องราวใหม่ ๆ ที่พวกเขาอยากรู้ ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องราวที่น่าวางใจได้สำหรับพ่อแม่ไม่ว่าจะเป็น ปัญหายาเสพติด ชู้สาว หรือพฤติกรรมห้าว ๆ เลียนแบบเพื่อน

การจัดและบริหารเวลาให้ลงตัวให้วัยรุ่นมีเวลาว่างอย่างพอเหมาะไม่มากหรือน้อยเกินไป จึงเป็นหนึ่งในทางเลี่ยงปัญหาที่ไม่พึงประสงค์ที่พ่อแม่น่าจะช่วยได้ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยว้าวุ่น

การใช้กิจกรรมช่วยบริหารเวลาให้กับลูก

กิจกรรมอาจทำให้ลูกเสียเวลาในเรื่องการเรียนไป แต่เชื่อเถอะว่า วัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่ได้ชอบเรียนตลอดเวลา เกรดสูง ๆ ก็ไม่ใช่ตัวการันตีว่าลูกจะทำงานได้ดีกว่า หรือจะทำให้อยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ ในสังคมได้อย่างมีความสุขเสมอไป ตรงกันข้าม การเรียนอย่างเดียว เกรดสูงลิ่วอาจทำให้ลูกเจอทางตันในการใช้ชีวิตจริงในอนาคต

จะดีกว่าไหมถ้าพ่อแม่ลองหันมามองกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ชีวิตจริง กิจกรรมที่ช่วยสร้างแบบจำลองการใช้ชีวิตในสังคมให้กับลูก นอกจากจะได้ประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในตำราหรือห้องเรียนแล้ว ยังทำให้ลูกเหลือเวลาน้อยลงสำหรับสิ่งยั่วยวนใจที่ไม่พึงประสงค์ด้วย กิจกรรมหลัก ๆ ที่จะช่วยลดทอนเวลาว่างได้คือ การเล่นกีฬาและดนตรี

กีฬา ดีต่อสุขภาพ ความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ ทั้งยังเสริมสร้างความอดทน และให้ประสบการณ์ดี ๆ หลายอย่างกับผู้เล่น การฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ มีตารางเวลาชัดเจน จะช่วยฝึกให้ลูกจัดแบ่งเวลาให้ลงตัวได้ดีขึ้น และยิ่งถ้าเป็นกีฬาที่เล่นเป็นทีม เช่น บาสเกตบอล, ฟุตบอล, วอลเล่ย์บอล ก็จะยิ่งเพิ่มทักษะการทำงานเป็นทีม ที่นำไปใช้ในชีวิตการทำงานได้ในอนาคต

ดนตรี ดีต่อจิตใจ ต่อสมาธิและอารมณ์ เป็นทักษะที่จะช่วยต่อยอดให้ลูกนำไปใช้เป็นทางเลือกประกอบอาชีพในอนาคต สร้างเงิน สร้างรายได้เพิ่มเติมได้ การฝีกซ้อมที่ต้องจัดตารางเวลาชัดเจนเช่นเดียวกับนักกีฬา ก็จะช่วยลดทอนเวลาว่างให้กับลูกในวัยรุ่นได้ ยิ่งดนตรีที่เล่นในลักษณะเป็นกลุ่มและมีการฝึกวินัยควบคู่ไปด้วยอย่างวงโยธวาทิต ยิ่งควรสนับสนุนเพราะลูกจะได้ทั้งพื้นฐานดนตรี การทำกิจกรรม และฝึกซ้อมเป็นหมู่คณะ อีกทั้งสร้างจิตสาธารณะให้กับลูกได้อย่างดี

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมดี ๆ ที่ขึ้นอยู่กับความถนัดหรือความชอบส่วนตัว เช่น ศิลปะ หรือการหางานทำในช่วงเวลาว่าง ก็ล้วนแล้วแต่เป็นการช่วยลดทอนเวลาว่าง และบริหารเวลาให้ลงตัว เพื่อที่ลูกจะได้ผ่านพ้นวัยว้าวุ่นได้อย่างไร้กังวล และได้สั่งสมประสบการณ์ดี ๆ ที่ไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงินตรา

การใช้กิจกรรมช่วยบริหารเวลาให้กับลูก

ข้อแนะนำที่ควรรู้ก่อนเลือกเว็บ Hosting

หากคุณกำลังเตรียมเปิดเว็บไซต์ของตัวเอง มองหาโฮสต์เว็บที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการเรื่องจัดเก็บและดูแลเว็บไซต์ให้ตัวเองอยู่ แต่ไม่แน่ใจว่าควรเลือกแพ็กเกจแบบไหนดี ต้องการเว็บ Hosting และโปรแกรมสร้างเว็บที่รวมเข้าด้วยกันหรือโฮสต์เว็บที่ไม่รวมกับโปรแกรมสร้างเว็บ มีข้อแนะนำเบื้องต้นที่ควรรู้เพื่อไม่ให้เสียเงินมากเกินจำเป็นและได้แพ็กเกจที่เพียงพอกับความต้องการ ดังต่อไปนี้

ข้อแนะนำเบื้องต้นกับการเลือกเว็บ Hosting

เว็บไซต์ของเราต้องการอะไร – การทำเว็บไซต์ขั้นพื้นฐานจำเป็นต้องมีโฮสติ้งไว้ฝากเว็บ เจ้าของเว็บไซต์เพียงจัดทำเนื้อหามาโพสต์เท่านั้น เว็บโฮสต์ติ้งคอยดูแลตรวจสอบความปลอดภัยให้เว็บตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้คนเข้าชมเว็บเราได้ตลอดเวลา การเลือกใช้บริการจึงต้องพิจารณาความต้องการของตนเองเป็นสำคัญ โฮสต์เว็บแต่ละรายมีเครื่องมือมากมาย การเลือกแพ็กเกจจึงต้องมองว่าเว็บไซต์ของเราต้องการสิ่งใดบ้าง เช่น พื้นที่เก็บข้อมูล ความเร็ว สำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการใช้พื้นที่ไม่มากและจ่ายราคาถูก ควรพิจารณา Shared Hosting เป็นอันดับแรก จุดเด่นคือราคาไม่แพง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าโฮสต์เว็บแบบเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว เหมาะสำหรับเว็บไซต์ทั่วไปที่ใช้พื้นที่ไม่มาก มีการแชร์ใช้งานร่วมกันในเซิร์ฟเวอร์เดียวกันได้เพียงพอและมีประสิทธิภาพดีด้วย ยังคงใช้โครงสร้างเว็บไซต์จากแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์เดิม ไม่ต้องการปรับแต่งอะไรมาก

เว็บ Hosting ให้บริการอะไร – โฮสต์เว็บส่วนใหญ่มีบริการให้เลือกหลายแพ็กเกจ เริ่มจากพื้นฐานมีโครงสร้างเว็บเรียบง่ายไปจนถึงเว็บไซต์ที่มีเนื้อหามาก หรือมีแกลเลอรีภาพที่ต้องใช้พื้นที่มาก ความเร็วสูง ต้องการแพ็กเกจราคาแพงซึ่งรองรับโครงสร้างเว็บไซต์ที่ซับซ้อนได้ดีกว่า ผู้ให้บริการมีความน่าเชื่อถือและมีความเป็นมืออาชีพในการให้บริการอัปเดตเนื้อหาเว็บไซต์บ่อยกว่าปกติ มีระบบสั่งซื้อหรือระบบชำระเงิน เหมาะกับเว็บที่ไม่ต้องปรับแต่งเซิร์ฟเวอร์เอง เนื่องจากโฮสต์เว็บมีความเชี่ยวชาญในการออกแบบเว็บไซต์ให้ตรงกับความต้องการที่สุด ทั้งยังช่วยให้ลูกค้าค้นหาสิ่งที่ต้องการอย่างรวดเร็ว เจ้าของเว็บเลือกปรับแต่งและดูแลเซิร์ฟเวอร์ด้วยตัวเองได้ รองรับผู้เข้าใช้งานในจำนวนมาก โดยเฉพาะการจัดทำเว็บไซต์ที่รองรับการสั่งซื้อออนไลน์ในลักษณะ E-commerce และรองรับปริมาณข้อมูลเข้าและออกมากในแต่ละเดือน แพ็คเกจจะมีปริมาณพื้นที่การใช้งานระบุไว้ชัดเจน เพียงเลือกให้เหมาะกับความต้องการเท่านั้น

พิจารณาบริการหลังการขายที่ดี – โฮสต์เว็บที่ดีไม่เพียงมีบริการที่มีคุณภาพสูงเท่านั้น ข้อสำคัญคือบริการที่จริงใจและใส่ใจลูกค้า ยินดีให้คำแนะนำเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ดีที่สุด ในเบื้องต้นลูกค้าอาจต้องการสร้างเว็บใหม่ถอดด้าม ยังมีเนื้อหาโพสต์ในเว็บไซต์ไม่มากนัก อาจเลือกแพ็กเกจระดับเบื้องต้นที่ใช้พื้นที่ไม่มาก ผู้บริการไม่แนะนำให้จ่ายแพงเกินจำเป็น หลังจากนั้นหากพื้นที่ไม่พอค่อยเปลี่ยนแพ็กเกจใหม่ในภายหลัง

การเลือกเว็บ Hosting ควรจะเน้นเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด – มีการอัปเดตระบบความปลอดภัยสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการล้วงข้อมูลของแฮกเกอร์ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีการซื้อสินค้าทางออนไลน์ หรือเว็บพนันบอลที่มีข้อมูลผู้เล่น และผู้ใช้บริการติดตามผลบอลจาก 7m จำเป็นต้องระมัดระวังที่สุด

หากโฮสต์เว็บให้บริการดี จะช่วยให้เว็บไซต์รองรับจำนวนผู้เข้าชมได้มากกว่าเดิม เว็บไซต์แสดงผลเร็วกว่าเดิม ส่งผลดีต่อลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการและสร้างความนิยมในเว็บไซต์ของเราด้วย

ข้อแนะนำที่ควรรู้ก่อนเลือกเว็บ Hosting

ของขวัญวาเลนไทน์ที่คนนิยมให้กัน

การให้ของขวัญวันวาเลนไทน์เป็นตัวแทนที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และยังสามารถเก็บเป็นของที่ระลึกไว้ได้นานด้วย เรามาดูกันว่าจะมีของขวัญอะไรบ้าง ที่คนนิยมมอบให้กันในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี

สิ่งของที่คนนิยมให้กันในวันแห่งความรัก

ดอกกุหลาบ กุหลาบนับเป็นดอกไม้แห่งความรักที่คลาสสิกใช้มอบให้แก่กันมายาวนาน เป็นตัวแทนที่บอกถึงความรักและความห่วงใยแก่คนรัก โดยมีความหมายของสีสันที่แตกต่างกัน เช่น สีแดงหมายถึงความรักอมตะ สีขาวหมายถึงความรักที่บริสุทธิ์ สีชมพูหมายถึงความรักที่สมบูรณ์แบบ เป็นต้น บางกรณีอาจจะเปลี่ยนจากดอกกุหลาบเป็นดอกคาร์เนชั่นหรือดอกลิลลี่ ซึ่งหมายถึงความรักที่สดใสและร่าเริงก็ได้เช่นกัน

ช็อกโกแลต ช็อกโกแลตถือว่าเป็นขนมหวานที่คู่รักนิยมมอบให้แก่กันในวันวาเลนไทน์มากทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีการออกแบบช็อกโกแลตให้มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม เหมาะสำหรับการมอบให้แก่คนรักทั้งวัยเรียนและวัยทำงาน และยังเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานหลายเดือนด้วย ทั้งนี้ ในญี่ปุ่น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ผู้หญิงจะนำไปช็อกโกแลตไปมอบให้กับฝ่ายชายที่ตัวเองให้ตัวเองปลื้ม และอีก 1 เดือนต่อมา ฝ่ายชายจะนำช็อกโกแลตไปมอบคืนให้ เป็นการตอบแทนความรักแก่ฝ่ายหญิง

ตุ๊กตาหมี ตุ๊กตาหมีเป็นสัญลักษณ์แห่งความน่ารักอบอุ่น มีหลายขนาดและหลายรูปแบบ เช่น ตุ๊กตาหมีที่ใส่น้ำหอมปรับอากาศในรถยนต์ พวงกุญแจตุ๊กตาหมีสำหรับห้อยเป้ ตุ๊กตาหมีขนาดใหญ่เท่าคนสำหรับวางไว้บนเตียงนอน ฯลฯ คุณสามารถเลือกสีสันและประโยชน์ใช้สอยให้เหมาะกับคนรักได้อย่างอิสระเลยทีเดียว

น้ำหอม น้ำหอมเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทั้งชายและหญิงนิยมใช้ เพื่อช่วยในการเสริมสร้างความมั่นใจ แต่ละคนจะมีกลิ่นและแบรนด์ที่ถูกใจเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง การมอบน้ำหอมให้แก่กันจึงแสดงถึงความเอาใจใส่ นับเป็นของขวัญที่น่าประทับใจและได้ประโยชน์การใช้งาน จึงมีความคุ้มค่าด้วย

การทำคลิปวีดีโอ เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเอาใจใส่และความทุ่มเทอย่างมาก ปัจจุบัน สามารถนำรูปถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ ที่เป็นภาพขณะที่คุณสองคนไปท่องเที่ยวด้วยกัน หรือภาพที่คุณแอบถ่ายคนรักไว้ก็ได้ มาตัดต่อใส่เพลงและถ้อยคำพิเศษ ทำเป็นคลิปวีดีโอให้แก่คนรัก จะเป็นของขวัญที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครแน่นอน

ของขวัญที่ทำให้คู่รักประทับใจในวันวาเลนไทน์มีหลากหลายประเภท ไม่จำเป็นต้องซื้อสิ่งที่มีราคาแพง แต่ควรเป็นสิ่งที่มีความหมายดี ๆ ระหว่างกัน ตัวอย่างที่เราแนะนำมาเป็นตัวเลือกที่คนนิยม ซึ่งคุณสามารถเลือกที่ตรงกับความสนใจได้ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นไอเดียที่ทำให้คุณเลือกของขวัญวันวาเลนไทน์ได้ประทับใจคนรักมากกว่าเดิม

สิ่งของที่คนนิยมให้กันในวันแห่งความรัก

อาหารป้องกันหวัดที่ทุกคนควรรู้

การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพสำคัญต่อทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะช่วงเวลาที่อากาศเปลี่ยนแปลง หรือปลายฝนต้นหนาว ทำให้เป็นหวัดง่ายขึ้น เรามาดูกันว่าควรรับประทานอาหารชนิดใดมากเป็นพิเศษจึงจะป้องกันสุขภาพร่างกายจากการเป็นหวัดได้

อาหารที่ควรรับประทาน

1. นมวัว

การดื่มนมวัวอุ่น ๆ ในช่วงอากาศเย็นจะทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนที่ย่อยง่าย ดูดซึมเร็ว ทำให้นำไปพื้นฟูเซลล์ที่ทรุดโทรมได้เร็วขึ้น จึงลดความเสี่ยงการเป็นหวัดได้ ทั้งนี้ ผู้ที่มีปัญหาในการดื่มนมวัว เช่น ท้องอืด ท้องเสีย สามารถใช้นมถั่วเหลืองแทนก็ได้เช่นกัน

2. โยเกิร์ต

โยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์จากนมวัว ที่มีการเติมจุลินทรีย์ที่ดีต่อระบบการย่อยอาหาร และมีการศึกษาพบว่าจะช่วยเพิ่มการทำงานของระบบภูมิต้านทาน ทำให้เม็ดเลือดขาวต่อสู้ไวรัสและแบคทีเรียได้ดีขึ้น การรับประทานโยเกิร์ตก่อนนอน ยังช่วยทำให้ควบคุมน้ำหนักและปรับลำไส้ให้หมดปัญหาท้องผูกได้ด้วย

3. ส้มและกีวี

ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้มและกีวีจะมีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ แนะนำให้บริโภคเป็นประจำวันละ 1-2 ผล จะทำให้โรคหวัดไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณอีกต่อไป แต่หากไม่สะดวกรับประทานวิตามินซีในรูปแบบผลไม้สด ก็เลือกแบบแคปซูลเม็ด 1000 มิลลิกรัมต่อวัน ก็ได้เช่นกัน

4. กระเทียมและเครื่องเทศ

สำหรับคนที่ชอบรับประทานอาหารรสจัดใส่เครื่องเทศหรือกระเทียมมาก ๆ จัดว่าเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น มีระบบการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ที่สมบูรณ์ขึ้นในช่วงอากาศเย็น ทำให้โรคหวัดไม่ถามหาอย่างแน่นอน ทั้งนี้ศาสตร์แพทย์แผนโบราณ ยังแนะนำให้บริโภคบ่อย ๆ สำหรับผู้ที่มีปัญหาภูมิแพ้ หอบหืด เพื่อช่วยปรับภูมิต้านทานร่างกายด้วย

5. ชาเขียว

เครื่องดื่มที่คนไทยนิยมแต่โบราณในการดื่มช่วงฤดูหนาว คือ ชาเขียว ซึ่งมีการวิจัยพบว่าสามารถเพิ่มระดับการทำงานของเม็ดเลือดในการต่อสู้กับไวรัสหวัดได้ดี แนะนำให้ดื่มแบบอุ่นวันละ 2-3 แก้ว จะดีต่อสุขภาพ และควรเลือกสูตรธรรมชาติไม่มีน้ำตาลด้วย

6. หอยนางรม

หอยนางรมเป็นอาหารทะเลที่มีระดับไขมันดี อย่าง โอเมก้า 3 สูงเช่นเดียวกับเนื้อปลาทะเล จึงดีต่อร่างกายในการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ แต่มีความพิเศษที่หอยนางรมมีค่าแร่ธาตุสังกะสี (Zinc) สูง ซึ่งมีการวิจัยยืนยันว่าช่วยในการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวในการต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น

คงได้เห็นแล้วว่า มีแหล่งอาหารดี ๆ ที่รับประทานเพื่อป้องกันหวัดได้จริงอยู่ใกล้ตัวคุณ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางให้ทุกคนเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสมในช่วงอากาศเปลี่ยน เพื่อจะได้ห่างไกลโรคหวัดได้ดีขึ้น

อาหารที่ควรรับประทาน