ธุรกิจ

อยากเปิดร้านเดลิเวอรี่ต้องรู้อะไรบ้าง ?

อยากเปิดร้านเดลิเวอรี่ต้องรู้อะไรบ้าง

ช่วงโควิดระบาดหนักผู้คนตกงานหันมาเป็นไรเดอร์ วิ่งส่งอาหารให้กับธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ ร้านอาหารเองได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน หลายร้านต้องปิดตัวลง หรือหาวิธีต่าง ๆ เพื่อช่วยลดต้นทุนของธุรกิจ เช่น ปลดคนงานออก และหนึ่งในวิธีที่ร้านอาหารเลือกใช้เพื่อเอาตัวรอดในยุคนี้คือ เปิดร้านในแอปดิลิเวอรี่ ร้านอาหารหน้าใหม่จะไม่มีทางรู้เลยว่าจะเจอกับอะไรบ้าง มีจำนวนไม่น้อยที่ต้องปิดตัวหลังจากเปิดในแอป ซึ่งก่อนจะเปิดร้านในแอปได้ต้องรู้อะไรบ้างนั้น มาดูเลย

ค่า GP

GP คือ ส่วนแบ่งที่ร้านอาหารต้องจ่ายให้กับธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ เปรียบเสมือนค่าเช่าร้านในห้างสรรพสินค้า โดยแอปคือ “ห้าง” หลายแพลตฟอร์มจะมีค่า GP แตกต่างกันออกไป เริ่มตั้งแต่ 30%, 35% หรือบางแอปก็ไม่เก็บเลยก็มี ส่วนใหญ่แล้วจะเจอในช่วง 30 – 35% ก่อนจะเริ่มสมัครต้องรู้เสียก่อนว่าเขาคิดจากเราเท่าไหร่ โดยมากค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่จบที่ค่า GP จะมีการคิด VAT เพิ่มอีก 7% สุทธิเหลือเข้ากระเป๋าผู้ประกอบการร้านอาหารจริงๆ ประมาณ 60% โดยเฉลี่ย ร้านอาหารจำนวนไม่น้อยไม่สามารถรับกับรายได้แบบนี้ เพราะต้นทุนค่าอาหาร ค่าขนส่ง ก็อาจเกิน 30 % ของต้นทุนการขาย ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ ร้านอาหารที่อยู่ได้ต้องมีกระแสเงินสดมากพอ และมีหนี้น้อย จึงอยู่ได้ในระยะยาว วิธีแก้ปัญหาเรื่องค่า GP สูงเบื้องต้นคือ ขายราคาที่แพงกว่าปกติ เช่น ในร้านขาย 50 บาท แต่ราคาส่วนของแอพจะเป็น 80 บาท ตรงนี้จะยังช่วยให้ร้านอาหารยังพอมีกำไรอยู่

ทำเลที่ตั้ง

ใครบอกว่าเปิดร้านในแอปไม่ต้องหาทำเลดี? จริงๆ แล้วทำเลก็สำคัญด้วย แม้ว่าจะมีไรเดอร์มารับอาหารถึงที่ ทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องเดินทางมาซื้อด้วยตนเอง แต่ลองคิดดูหากร้านคุณตั้งอยู่ในโซนไม่ค่อยมีคนเลย เช่น ร้านอาหารในต่างจังหวัด ไกลจากตัวเมือง ผู้ซื้อก็พิจารณาจากค่าส่งสินค้าด้วยเช่นกัน หากค่าส่งมีราคาแพงหูฉี่จนซื้อข้าวเพิ่มได้ 1 มื้อ ก็อาจตัดสินใจไม่ซื้อ ปัจจุบันเพียงแค่อยู่ห่างจากรัศมีของร้านไม่เกิน 1 กิโลก็เริ่มคิดค่าส่งที่ 10 -15 บาทแล้ว (ขึ้นอยู่กับแอปและเงื่อนไขต่างๆ) บางแอปใจดีก็อาจคิดกิโลเมตรที่ 3 เป็นต้นไป และแม้ว่าร้านเราจะตั้งอยู่ในใจกลางกรุงอย่าง “สยาม” ถ้าได้อยู่ชั้น 4 -5 ไรเดอร์ ก็ไม่อยากจะกดรับงาน เพราะต้องเดินทางไกล เสียเวลาหาที่จอดรถ ไรเดอร์จะชอบร้านที่ติดกับถนนไม่ต้องเดินไกลก็ได้ออเดอร์ไปส่งแบบง่าย ๆ

ค่าโฆษณา

แอปฟู้ดดิลิเวอรี่ก็เปิดโอกาสให้เจ้าของร้านเลือกซื้อโฆษณา เพื่อบูสต์ยอดมองเห็นร้าน เพราะร้านอาหารที่เปิดในพื้นที่หนึ่งอาจมีเกิน 100 ร้าน ถ้าไม่ทำโฆษณาลูกค้ายากที่หาร้านเราเจอ แต่หากร้านใดจ่ายโฆษณาทุกวัน จะมียอดขายที่ดีกว่าร้านที่ไม่ทำ ดังนั้นหากต้องการจะยิงแอด ควรพิจารณาถึงต้นทุนในส่วนการตลาดด้วย เพราะใน 1 เดือนอาจสูงถึง 1 หมื่นบาท

สินค้าค้างสต็อกทำอย่างไรให้ขายออกมีกำไร

สินค้าค้างสต็อกทำอย่างไรให้ขายออกมีกำไร

สินค้าค้างสต็อกเก็บไว้ยังขายไม่ได้ ทำอย่างไรให้ขายออกไปทำกำไรหรืออย่างน้อยก็คืนทุนกลับมาบ้าง การระบายสินค้าจำเป็นต้องบริหารจัดการให้ดีเพื่อให้ขายออกไปไม่ขาดทุน ตามมาดูเทคนิคการแก้ไขปัญหาคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพว่าทำได้อย่างไรบ้าง

วางขายในจุดที่เด่นที่สุด – สินค้าที่ไม่มีคำสั่งซื้อจากลูกค้า เก็บไว้ในคลังนาน ๆ กลายเป็นสินค้าค้างสต็อก ยิ่งตกค้างนานยิ่งขายไม่ออกส่งผลกระทบต่อการเงินทำให้ธุรกิจขาดเงินหมุนเวียน สิ่งแรกที่ควรทำคือเคลียร์สต็อก นำสินค้านั้นออกมาวางขายให้ตำแหน่งที่เด่นที่สุดในร้านค้า มีชั้นวางสินค้าแนะนำในจุดที่เด่นสะดุดตา โปรโมทให้ลูกค้าผ่านไปมาเห็นชัดเจน หรือลดราคาขายต่ำกว่าปกติจะช่วยเพิ่มโอกาสขายมากขึ้น

ลดราคาถูกกว่าสินค้าอื่นหรือขายราคาทุน – การลดราคาถูกกว่าสินค้าอื่นช่วยลดการขาดทุนได้ในระดับหนึ่ง ตัดผลกำไรออกไปให้เหลือแค่ต้นทุน ดีกว่าปล่อยให้เก็บค้างไว้ในคลังสินค้านานเกินไป จำเป็นต้องตรวจเช็กเรื่องวันหมดอายุให้ดีและระบายออกไปให้ทันเวลาก่อนที่สินค้านั้นจะเสื่อมสภาพใช้การอะไรไม่ได้อีก ทำให้เสียทั้งต้นทุนที่ซื้อมา นอกจากนี้ยังเปลืองต้นทุนการเก็บรักษา ทำให้ต้นทุนกลายมาเป็นค่าใช้จ่ายในภายหลัง

ระบายสินค้าค้างสต็อกแจกเป็นของแถม – ลองลดราคาแล้วยังขายไม่ได้ เปลี่ยนมาใช้วิธีจัดโปรโมชั่นเป็นของแถม โดยคำนึงถึงความคุ้มทุนเป็นสำคัญ สินค้าที่ขายต้องมีราคาสูงกว่า ของแถมมีราคาย่อมเยา การใช้สินค้าตกค้างเป็นของแถมช่วยดึงดูดความสนใจเพื่อสนับสนุนการขายทำให้ลูกค้ายินดีจ่ายเงินซื้อสินค้านั้นมากขึ้น เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ระบายสินค้าขายไม่ออกได้ ถือว่าไม่เสียโอกาสในการขาย

ขายคืนหรือแลกเปลี่ยนกับผู้ผลิต – เมื่อสั่งสินค้ามาแล้วขายไม่ออก กลายเป็นสินค้าตกค้างในสต็อกที่ล้าสมัยไม่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอีก ลองสอบถามผู้ผลิตว่ามีความสนใจเปลี่ยนสินค้าหรือแลกคืนสินค้าให้กับผู้ผลิตได้หรือไม่เพื่อแก้ไขปัญหาช่วยให้ระบายสินค้าเก่าออกไปได้ก่อนที่จะเสื่อมสภาพ ซึ่งผู้ผลิตสินค้าบางประเภทยินยอมให้ขอเปลี่ยนหรือคืนสินค้าได้

วางแผนสั่งสินค้าเข้ามาพอดี – เมื่อเข้าใจความยากลำบากของสินค้าที่ตกค้างในสต็อกจำนวนมากทำให้เงินทุนจมอยู่กับที่ ถ้าไม่อยากมีของค้างสต็อกจำนวนมาก ก่อนจัดซื้อสินค้าครั้งต่อไปต้องวางแผนให้ดี สินค้าที่มีความต้องการใช้น้อยหรือมีอายุการใช้งานไม่นานหรือกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีจำนวนจำกัดควรพิจารณาจำนวนสั่งซื้อให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า เมื่อสินค้าใกล้จะหมดค่อยเริ่มสั่งซื้อใหม่ให้ของเข้ามาทันขาย เป็นวิธีการบริหารจัดการสต็อกสินค้าที่มีประสิทธิภาพ

ร้านค้าในปัจจุบันเลือกใช้เครื่องคิดเงินรุ่นใหม่ที่มีระบบจัดการสต็อกสินค้าทำให้รู้จำนวนสินค้าที่ขายออกไปและสินค้าที่เหลืออยู่ในคลังสินค้าได้ตลอดเวลาแบบเรียลไทม์ ทำให้รู้ว่าควรสั่งของเข้ามาเมื่อใด และระบายสินค้าออกไปได้ทันก่อนที่จะหมดอายุ

สิ่งที่ทำให้คุณขายของออนไลน์แล้วเจ๊ง

ขายของออนไลน์เจ๊ง

ไม่ว่าใครที่ทำธุรกิจ ล้วนอยากประสบความสำเร็จร่ำรวยกันทั้งนั้น แต่ทำไมยังมีคนจำนวนหนึ่งที่ทำแล้วเจ๊งอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะเป็นการขายในโลกออนไลน์ที่ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าทำแล้วมีโอกาสรุ่งเรืองสูง เพราะเข้าถึงลูกค้าจำนวนมากได้ง่าย เรามาดูกันว่า หากคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังเจอปัญหาในการขายของออนไลน์ คุณกำลังทำสิ่งต่อไปนี้หรือเปล่า

เลียนแบบคนอื่น

การเลียนแบบมีทั้งการทำตามทั้งสินค้าและการประชาสัมพันธ์ เช่น ทำของก๊อปปี้เลียนแบบของแบรนด์ดัง ทั้งที่คุณภาพต่ำ หรือการรีวิวสินค้าแบบเก๋ ๆ แต่เป็นการเลียนแบบเพจดัง เจ้าแม่ติ๊กตอก ยูทูบเบอร์ บิวตี้บล็อกเกอร์ ฯลฯ ซึ่งผู้ชมสมัยนี้ต่างก็ตัดสินใจได้ว่า คุณเป็นคนที่เลียนแบบเขาเหล่านั้น แสดงถึงการไม่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง โอกาสที่คุณจะได้รับการอุดหนุนอย่างยั่งยืนก็น้อยลง

ขายสินค้าไม่มีคุณภาพหรือคุณภาพต่ำ

คนจำนวนมากยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าที่ดีกว่าในราคาที่แพงกว่า เพราะใส่ใจคุณประโยชน์ที่จะได้รับ เช่น เลือกซื้อโทรศัพท์ iPhone แทนโทรศัพท์รุ่นเก่า ๆ เพราะเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัยของระบบจัดเก็บข้อมูล มีหน่วยความจำสูง ไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ ฯลฯ หากคุณเน้นขายแต่สินค้าราคาถูกโดยหวังว่าลูกค้าจะสนใจแต่ราคามากกว่าคุณภาพ ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนัก

บริการลูกค้า-เปิดปิดร้านไม่แน่นอน

คุณเคยกังวลไหมกับร้านค้าออนไลน์ที่ถามข้อความแล้วไม่ตอบ เปิดปิดร้านไม่เป็นเวลา ถึงเว็บไซต์จะออนไลน์ 24 ชั่วโมงไม่ว่าคุณจะทำเกี่ยวกับ บอลสเต็ป ขายสินค้าพรีเมี่ยม หากไม่มีพนักงานคอยตอบในเวลาทำการนั้นอาจทำให้ลูกค้าหนี ทำให้ไม่มั่นใจว่าการสั่งสินค้าจะมีปัญหาหรือไม่ หรือเสี่ยงต่อการเจอกับมิจฉาชีพอยู่หรือเปล่า หากคุณเอาใจเขาใส่ใจเราจะทำให้รู้ว่าต้องเปิดปิดร้านเป็นเวลา ตอบคำถามอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ลูกค้ามีความมั่นใจที่จะใช้บริการไปเรื่อย ๆ

ขายสินค้าตามแฟชั่น

การขายสินค้าแฟชั่นเป็นเรื่องที่หวือหวาเป็นเหมือนคลื่นขึ้นและลงตามความต้องการของท้องตลาด ผู้บริโภคส่วนหนึ่งมักเฮกันซื้อสินค้าจากการดูดาราในหนังละครใช้กัน หากคุณเกาะกระแสแล้วสต๊อกอย่างพอเหมาะเพื่อป้องกันการขาดทุนก็ไม่เป็นเรื่องเสี่ยง และยังทำให้ได้กำไรดีด้วย แต่หากตรงกันข้ามคือประเมินสถานการณ์ผิดพลาด ไปเกาะกระแสในช่วงปลาย ๆ แล้วก็อาจจะทำให้สินค้าขายไม่ออก เจ๊งได้ง่าย ๆ เล

ไม่มีบริการหลังการขาย

ในสมัยนี้ผู้คนสนใจบริการหลังการขายมากขึ้น เช่น การรับประกันสินค้า การติดต่อผู้ขายได้หากมีปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง การมีเครื่องสำรองให้ใช้ในกรณีสินค้าเสียส่งซ่อมในระยะประกัน ฯลฯ หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ให้ลูกค้าแล้ว โอกาสที่ลูกค้าจะมาอุดหนุนก็น้อยลง

เทคนิคที่กล่าวมาเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนทำธุรกิจออนไลน์ แม้จะดูเหมือนลงทุนน้อยกว่าการทำธุรกิจแบบมีหน้าร้าน แต่ถ้าคุณมองข้ามรายละเอียดต่าง ๆ ที่กล่าวมา ก็เท่ากับมีโอกาสเจ๊งมากกว่าร่ำรวย

ขายของในโลกออนไลน์ทำไมต้องทำ SEO

ขายของในโลกออนไลน์ทำไมต้องทำ SEO

มีผู้คนจำนวนมากใช้ช่องทางการตลาดบนโลกออนไลน์ เพื่อการขายสินค้าและบริการ เนื่องจากเป็นวิธีการที่รวดเร็วที่สุดและได้ผลดีที่สุดในการประชาสัมพันธ์แบรนด์ให้ไปถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

การทำ SEO ก็เป็นหนึ่งในวิธีการที่จะทำให้การขายสินค้าและบริการประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น จะด้วยเหตุผลใดบ้างมาดูกันเลย

ทำความรู้จักกับ SEO

SEO หรือ search engine optimization เป็นกระบวนการพัฒนาเว็บไซต์ใน 2 ส่วน คือ On-page SEO และ Off-page SEO โดย

1. On-page SEO คือ การปรับปรุงเนื้อหาในเว็บไซต์ให้มีความทันสมัย มีความถูกต้องในรายละเอียดด้านลึกและกว้าง มีการใช้ถ้อยคำเขียนที่สละสลวยน่าอ่าน ที่สำคัญคือต้องประกอบด้วย keyword 1-2 คำ ที่ผ่านการวิจัยมาแล้วว่าเป็นคำที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีการสืบค้นมาก (ประเด็นนี้สามารถศึกษาเพิ่มได้เพิ่มเติมจาก Google Search)

2. Off-page SEO คือ การเชื่อมโยงลิงค์จากเว็บไซต์ภายนอกเข้าสู่เว็บไซต์ธุรกิจคุณเพื่อให้เกิดการขยายกลุ่มลูกค้าในวงกว้างขึ้น ตัวอย่างเช่น คุณทำลิงค์กับเว็บไซต์ขายอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ (โดยที่คุณทำธุรกิจขายงานฝีมือเชียงใหม่เป็นของที่ระลึก) คุณก็มีโอกาสจะได้ลูกค้ามากขึ้น เพราะว่านักท่องเที่ยวที่มาเชียงใหม่ก็มักจะซื้อทั้งอาหารและงานประดิษฐ์กลับไป กลับไปฝากญาติพี่น้องที่บ้านเสมอ

ทำไม SEO ทำให้ขายของได้ดีขึ้น

เนื่องจาก SEO เป็นการปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีความโดดเด่นทั้งสองส่วนที่กล่าวมา ทำให้ตอบโจทย์การสืบค้นของกลุ่มผู้ใช้ผ่าน search engine ที่นิยมทั่วโลกก็คือ Google และ Yahoo และ Bing มากขึ้น (โดย search engine จะมีระบบ algorithm ที่ใช้ในการวิเคราะห์และประมวลผลของคุณภาพเว็บไซต์ในเครือข่าย แล้วนำมาเสนอต่อผู้ใช้งาน)

หากคุณสามารถทำ SEO ได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ มีการอัพเดทเนื้อหาใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ เช่น กรณีที่คุณทำธุรกิจงานประดิษฐ์ อาจจะมีการอัพโหลดคลิปที่เกี่ยวกับวิธีการทำ แสดงให้ดูว่ากว่าจะได้เป็นกระเป๋าถักสาน 1 ชิ้น ต้องผ่านอะไรมาบ้าง ก็จะทำให้มีลูกค้าสนใจที่จะซื้อมากยิ่งขึ้นได้ เป็นต้น

นอกจากนี้การทำ SEO ยังช่วยให้เว็บไซต์ของธุรกิจคุณอาจมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นเพราะว่าการถูกจัดในอันดับต้น ๆ จะทำให้มีการใช้ข้อมูลในเว็บไซต์ไปอ้างอิงหรือเชื่อมโยง linkมากกว่าเว็บไซต์ในหน้าหลัง ๆ จึงทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมีความเชื่อมั่นในแบรนด์สินค้าของคุณยิ่งขึ้น

การทำเว็บไซต์ SEO อาจปรึกษาและจ้างทีมงานที่มีผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ที่ไว้ใจได้ (มีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมและการันตีผลลัพธ์ที่น่าพอใจ) หรือหากเจ้าของเว็บไซต์ต้องการเรียนรู้ทำ SEO ด้วยตัวเอง ก็สามารถศึกษาได้ผ่านหนังสือและช่องทางอินเตอร์เน็ตที่มีกูรูมาให้คำอธิบายไว้ ผู้ทำธุรกิจออนไลน์จึงสามารถเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับตัวเองได้ทั้งสิ้น

เทรนด์ธุรกิจที่เปลี่ยนไป เมื่อไลฟ์สไตล์ลูกค้าเปลี่ยนแปลง

เทรนด์ธุรกิจที่เปลี่ยนไป เมื่อไลฟ์สไตล์ลูกค้าเปลี่ยนแปลง

ปัจจุบันมีการใช้ระบบไอทีและแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์และเสริมศักยภาพของธุรกิจแทบทุกประเภท จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปสำหรับการสร้างธุรกิจใหม่ ด้วยเงินทุนที่น้อยกว่าในอดีต แต่กระนั้นยังมีประเด็นใหม่ ๆ (ที่เพิ่มจากในอดีต) ที่นักธุรกิจหน้าใหม่ต้องใส่ใจเพื่อการพัฒนา ทำให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตได้ดีต่อไป

1. เข้าถึงการรีวิวของลูกค้า

การแชร์ประสบการณ์ของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำหนักสูงขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับการตัดสินใจของลูกค้าหน้าใหม่คนอื่น ๆ ในการซื้อหรือใช้บริการ เช่น PANTIP.COM facebook และเพจต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้รีวิว , คอมเมนต์และเตือนภัยผู้อื่น

หากเจ้าของธุรกิจไม่ใส่ใจในการรีวิวหรือคอมเม้นต์เหล่านี้ ก็อาจจะไม่ทราบข้อเท็จจริงหรือขาดมุมมองอีกด้าน คือ จากแง่มุมของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ ทำให้ไม่สามารถปรับตัวได้ทันพอที่จะมัดใจลูกค้าให้กลับมาใช้บริการใหม่และอาจต้องเสียลูกค้าให้กับคู่แข่งทางธุรกิจเจ้าอื่นที่ใส่ใจในความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน!

2. ลูกค้ามีส่วนร่วมในการโพสต์และแชร์

การคิดแคมเปญต่าง ๆ เช่น ให้ลูกค้าถ่ายภาพตัวเองคู่กับสินค้าหรือให้ถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าใช้จริง พร้อมติด hashtag #ชื่อร้าน หรือ #ธุรกิจ เพื่อเกิดการแชร์และเกิด community เฉพาะกลุ่ม เป็นการประชาสัมพันธ์ที่ได้ผลดีมากขึ้นเรื่อย ๆ

เพราะไลฟ์สไตล์ลูกค้าในปัจจุบัน นิยมบอกต่อประสบการณ์ผ่านรูปภาพสวย ๆ หรือข้อความดี ๆ และยังมีแนวโน้มจะใช้พื้นที่บนอินเตอร์เน็ตเป็นที่เก็บความทรงจำ ความประทับใจมากขึ้น ทั้งบน facebook Instagram จนเกิดเป็นธุรกิจจัดเก็บข้อมูล cloud ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ สำหรับสังคม BIG DATA ในอนาคต

3. ใช้แพลตฟอร์มที่หลากหลาย

เพื่อรับฟังข้อมูลและเรียนรู้ลูกค้าที่มาใช้บริการมากขึ้น ที่สำคัญคือ การสร้าง content ที่น่าสนใจและมีระบบ SEO รองรับ เพื่อให้สามารถถูกสืบค้นจาก Google ได้ง่าย นอกจากนี้ก็ควรเปิด facebook หรือ เพจ โดยใส่เนื้อหาและภาพผลิตภัณฑ์ พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นสู่ที่ดึงดูดใจสู่กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้นเคยและเป็นกันเองกับธุรกิจมากขึ้น

4. รับออเดอร์สินค้าหรือบริการที่มีความยูนิค unique ได้

โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร , ร้านดอกไม้ , ธุรกิจการจัดเลี้ยง ฯลฯ ที่ลูกค้าต้องการความเซอร์ไพรส์หรือต้องการความเป็นส่วนตัวหรือความเป็นเอกลักษณ์ unique มากยิ่งขึ้น

การมี options เสริมที่ไม่ใช่ One-fit-all จะทำให้ลูกค้าได้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่และพึงพอใจจนกลับมาใช้บริการซ้ำในโอกาสต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น

เทรนด์ธุรกิจที่เปลี่ยนไปไลฟ์สไตล์ลูกค้าเปลี่ยนแปลง

ในยุคที่ข้อมูลมีค่ายิ่งกว่าทอง การที่มีลูกค้าเข้ามาสอบถาม รีวิว หรือคอมเม้นต่าง ๆ เจ้าของธุรกิจควรมีทัศนคติที่ดีในการเห็นคุณค่าของสิ่งที่ลูกค้าต้องการและควรอบรมทีมงานให้เข้าใจเช่นเดียวกัน เพื่อลดปัญหาเฉพาะหน้าและยังสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ในเชิงลึก เพื่อการออกเป็นแคมเปญใหม่ ๆ เช่น ส่วนลด หรือบัตรเชิญลูกค้าเก่าให้มาใช้บริการซ้ำอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อธุรกิจในอนาคตต่อไป