ธุรกิจ

ขายของในโลกออนไลน์ทำไมต้องทำ SEO

ขายของในโลกออนไลน์ทำไมต้องทำ SEO

มีผู้คนจำนวนมากใช้ช่องทางการตลาดบนโลกออนไลน์ เพื่อการขายสินค้าและบริการ เนื่องจากเป็นวิธีการที่รวดเร็วที่สุดและได้ผลดีที่สุดในการประชาสัมพันธ์แบรนด์ให้ไปถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

การทำ SEO ก็เป็นหนึ่งในวิธีการที่จะทำให้การขายสินค้าและบริการประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น จะด้วยเหตุผลใดบ้างมาดูกันเลย

ทำความรู้จักกับ SEO

SEO หรือ search engine optimization เป็นกระบวนการพัฒนาเว็บไซต์ใน 2 ส่วน คือ On-page SEO และ Off-page SEO โดย

1. On-page SEO คือ การปรับปรุงเนื้อหาในเว็บไซต์ให้มีความทันสมัย มีความถูกต้องในรายละเอียดด้านลึกและกว้าง มีการใช้ถ้อยคำเขียนที่สละสลวยน่าอ่าน ที่สำคัญคือต้องประกอบด้วย keyword 1-2 คำ ที่ผ่านการวิจัยมาแล้วว่าเป็นคำที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีการสืบค้นมาก (ประเด็นนี้สามารถศึกษาเพิ่มได้เพิ่มเติมจาก Google Search)

2. Off-page SEO คือ การเชื่อมโยงลิงค์จากเว็บไซต์ภายนอกเข้าสู่เว็บไซต์ธุรกิจคุณเพื่อให้เกิดการขยายกลุ่มลูกค้าในวงกว้างขึ้น ตัวอย่างเช่น คุณทำลิงค์กับเว็บไซต์ขายอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ (โดยที่คุณทำธุรกิจขายงานฝีมือเชียงใหม่เป็นของที่ระลึก) คุณก็มีโอกาสจะได้ลูกค้ามากขึ้น เพราะว่านักท่องเที่ยวที่มาเชียงใหม่ก็มักจะซื้อทั้งอาหารและงานประดิษฐ์กลับไป กลับไปฝากญาติพี่น้องที่บ้านเสมอ

ทำไม SEO ทำให้ขายของได้ดีขึ้น

เนื่องจาก SEO เป็นการปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีความโดดเด่นทั้งสองส่วนที่กล่าวมา ทำให้ตอบโจทย์การสืบค้นของกลุ่มผู้ใช้ผ่าน search engine ที่นิยมทั่วโลกก็คือ Google และ Yahoo และ Bing มากขึ้น (โดย search engine จะมีระบบ algorithm ที่ใช้ในการวิเคราะห์และประมวลผลของคุณภาพเว็บไซต์ในเครือข่าย แล้วนำมาเสนอต่อผู้ใช้งาน)

หากคุณสามารถทำ SEO ได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ มีการอัพเดทเนื้อหาใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ เช่น กรณีที่คุณทำธุรกิจงานประดิษฐ์ อาจจะมีการอัพโหลดคลิปที่เกี่ยวกับวิธีการทำ แสดงให้ดูว่ากว่าจะได้เป็นกระเป๋าถักสาน 1 ชิ้น ต้องผ่านอะไรมาบ้าง ก็จะทำให้มีลูกค้าสนใจที่จะซื้อมากยิ่งขึ้นได้ เป็นต้น

นอกจากนี้การทำ SEO ยังช่วยให้เว็บไซต์ของธุรกิจคุณอาจมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นเพราะว่าการถูกจัดในอันดับต้น ๆ จะทำให้มีการใช้ข้อมูลในเว็บไซต์ไปอ้างอิงหรือเชื่อมโยง linkมากกว่าเว็บไซต์ในหน้าหลัง ๆ จึงทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมีความเชื่อมั่นในแบรนด์สินค้าของคุณยิ่งขึ้น

การทำเว็บไซต์ SEO อาจปรึกษาและจ้างทีมงานที่มีผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ที่ไว้ใจได้ (มีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมและการันตีผลลัพธ์ที่น่าพอใจ) หรือหากเจ้าของเว็บไซต์ต้องการเรียนรู้ทำ SEO ด้วยตัวเอง ก็สามารถศึกษาได้ผ่านหนังสือและช่องทางอินเตอร์เน็ตที่มีกูรูมาให้คำอธิบายไว้ ผู้ทำธุรกิจออนไลน์จึงสามารถเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับตัวเองได้ทั้งสิ้น

เทรนด์ธุรกิจที่เปลี่ยนไป เมื่อไลฟ์สไตล์ลูกค้าเปลี่ยนแปลง

เทรนด์ธุรกิจที่เปลี่ยนไป เมื่อไลฟ์สไตล์ลูกค้าเปลี่ยนแปลง

ปัจจุบันมีการใช้ระบบไอทีและแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์และเสริมศักยภาพของธุรกิจแทบทุกประเภท จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปสำหรับการสร้างธุรกิจใหม่ ด้วยเงินทุนที่น้อยกว่าในอดีต แต่กระนั้นยังมีประเด็นใหม่ ๆ (ที่เพิ่มจากในอดีต) ที่นักธุรกิจหน้าใหม่ต้องใส่ใจเพื่อการพัฒนา ทำให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตได้ดีต่อไป

1. เข้าถึงการรีวิวของลูกค้า

การแชร์ประสบการณ์ของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำหนักสูงขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับการตัดสินใจของลูกค้าหน้าใหม่คนอื่น ๆ ในการซื้อหรือใช้บริการ เช่น PANTIP.COM facebook และเพจต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้รีวิว , คอมเมนต์และเตือนภัยผู้อื่น

หากเจ้าของธุรกิจไม่ใส่ใจในการรีวิวหรือคอมเม้นต์เหล่านี้ ก็อาจจะไม่ทราบข้อเท็จจริงหรือขาดมุมมองอีกด้าน คือ จากแง่มุมของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ ทำให้ไม่สามารถปรับตัวได้ทันพอที่จะมัดใจลูกค้าให้กลับมาใช้บริการใหม่และอาจต้องเสียลูกค้าให้กับคู่แข่งทางธุรกิจเจ้าอื่นที่ใส่ใจในความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน!

2. ลูกค้ามีส่วนร่วมในการโพสต์และแชร์

การคิดแคมเปญต่าง ๆ เช่น ให้ลูกค้าถ่ายภาพตัวเองคู่กับสินค้าหรือให้ถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าใช้จริง พร้อมติด hashtag #ชื่อร้าน หรือ #ธุรกิจ เพื่อเกิดการแชร์และเกิด community เฉพาะกลุ่ม เป็นการประชาสัมพันธ์ที่ได้ผลดีมากขึ้นเรื่อย ๆ

เพราะไลฟ์สไตล์ลูกค้าในปัจจุบัน นิยมบอกต่อประสบการณ์ผ่านรูปภาพสวย ๆ หรือข้อความดี ๆ และยังมีแนวโน้มจะใช้พื้นที่บนอินเตอร์เน็ตเป็นที่เก็บความทรงจำ ความประทับใจมากขึ้น ทั้งบน facebook Instagram จนเกิดเป็นธุรกิจจัดเก็บข้อมูล cloud ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ สำหรับสังคม BIG DATA ในอนาคต

3. ใช้แพลตฟอร์มที่หลากหลาย

เพื่อรับฟังข้อมูลและเรียนรู้ลูกค้าที่มาใช้บริการมากขึ้น ที่สำคัญคือ การสร้าง content ที่น่าสนใจและมีระบบ SEO รองรับ เพื่อให้สามารถถูกสืบค้นจาก Google ได้ง่าย นอกจากนี้ก็ควรเปิด facebook หรือ เพจ โดยใส่เนื้อหาและภาพผลิตภัณฑ์ พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นสู่ที่ดึงดูดใจสู่กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้นเคยและเป็นกันเองกับธุรกิจมากขึ้น

4. รับออเดอร์สินค้าหรือบริการที่มีความยูนิค unique ได้

โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร , ร้านดอกไม้ , ธุรกิจการจัดเลี้ยง ฯลฯ ที่ลูกค้าต้องการความเซอร์ไพรส์หรือต้องการความเป็นส่วนตัวหรือความเป็นเอกลักษณ์ unique มากยิ่งขึ้น

การมี options เสริมที่ไม่ใช่ One-fit-all จะทำให้ลูกค้าได้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่และพึงพอใจจนกลับมาใช้บริการซ้ำในโอกาสต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น

เทรนด์ธุรกิจที่เปลี่ยนไปไลฟ์สไตล์ลูกค้าเปลี่ยนแปลง

ในยุคที่ข้อมูลมีค่ายิ่งกว่าทอง การที่มีลูกค้าเข้ามาสอบถาม รีวิว หรือคอมเม้นต่าง ๆ เจ้าของธุรกิจควรมีทัศนคติที่ดีในการเห็นคุณค่าของสิ่งที่ลูกค้าต้องการและควรอบรมทีมงานให้เข้าใจเช่นเดียวกัน เพื่อลดปัญหาเฉพาะหน้าและยังสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ในเชิงลึก เพื่อการออกเป็นแคมเปญใหม่ ๆ เช่น ส่วนลด หรือบัตรเชิญลูกค้าเก่าให้มาใช้บริการซ้ำอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อธุรกิจในอนาคตต่อไป