อาหาร

รับประทานผักดิบชนิดไหน อันตรายต่อสุขภาพ

รับประทานผักดิบชนิดไหน อันตรายต่อสุขภาพ

ผักเป็นเป็นหนึ่งในอาหาร 5 หมู่ตามหลักโภชนาการ ที่ทำให้ร่างกายได้รับเส้นใยไฟเบอร์ ลดความเสี่ยงการเป็นโรคท้องผูก ริดสีดวงทวารหนักและมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร และยังช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้ว นักวิชาการจะแนะนำให้รับประทานผักสด เพราะจะทำให้ได้รับคุณค่าทางอาหารครบถ้วน แต่ก็มีผักบางชนิดที่ไม่ควรรับประทานแบบดิบ ๆ ควรผ่านกระบวนการทําความร้อนก่อน เช่น ต้ม นึ่ง ผัก ทอด ฯลฯ

ถั่วงอก

ถั่วงอกเป็นผักที่นิยมรับประทานแกล้มกับก๋วยเตี๋ยวเรือ ผัดไท หอยทอด ฯลฯ ซึ่งคนไทยนิยมรับประทานเป็นประจำ ในถั่วงอกดิบนั้นมีสารไฟเตท phytateในปริมาณที่สูง มีฤทธิ์ไปยับยั้งการดูดซึมแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด โดยเฉพาะแคลเซียม ที่จำเป็นต่อการสร้างความแข็งแรงในกระดูกและการรักษาสมดุลของระบบเลือด จึงควรทำสุกก่อนรับประทาน นอกจากนี้ จากการสุ่มตรวจของกระทรวงสาธารณสุขไทย พบว่าในถั่วงอกดิบมีสารฟอกขาวปนเปื้อนในปริมาณสูง เนื่องจากมีความนิยมเลือกซื้อถั่วงอกขาวมาก ๆ เพราะน่ารับประทาน ดังนั้น จึงแนะนำให้ทำสุกเสมอก่อนการบริโภค

หน่อไม้

ในหน่อไม้ดิบมีสารไซยาไนด์ หากรับประทานเข้าไปจะมีผลต่อระบบเลือด รบกวนสมดุลการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนได้ วิธีป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับพิษของสารไซยาไนด์ คือ การต้มหน่อไม้ในน้ำเดือดอย่างน้อย 10 นาที ก่อนรับประทานเสมอ นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ที่นิยมรับประทานหน่อไม้ดองในเมนูอาหารต่าง ๆ เช่น ซุปหน่อไม้ แกงหน่อไม้ ฯลฯ อาจได้รับสารที่ทำให้เสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงด้วย

มันสำปะหลัง

มันสำปะหลัง

ในมันสำปะหลังดิบมีสารที่เป็นพิษต่อร่างกาย ชื่อ ลินามาริน มีฤทธิ์อันตรายในการยับยั้งกระบวนการทำงานของไมโทคอนเดรีย แหล่งสร้างพลังงานที่อยู่ภายในเซลล์ร่างกาย หากได้รับในปริมาณสูง ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ จึงต้องนำมาแปรรูปทำให้สุกก่อนรับประทานเสมอ

กะหล่ำปลี

ตามร้านอาหารและในครัวเรือน นิยมใช้กะหล่ำปลีแบบดิบแต่งจานอาหาร และทำเป็นผักสลัดมากที่สุดชนิดหนึ่ง แต่ตามหลักโภชนาการ ขอแนะนำว่าควรทำให้สุกก่อนรับประทาน เพราะในกะหล่ำปลีดิบมีสารอันตรายที่ชื่อว่า goitrogen ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมแร่ธาตุสำคัญอย่างไอโอดีน ที่จำเป็นต่อการสร้างฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ ดังนั้น หากรับประทานกะหล่ำปลีดิบเป็นประจำ จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคคอพอกได้

จะเห็นได้ว่า มีผักอยู่หลายชนิดที่เรารับประทานในชีวิตประจำวัน ที่เราอาจมองข้ามอันตรายว่ามีสารที่ทำร้ายร่างกายเราได้หากรับประทานแบบดิบ ๆ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้ทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาข้อมูลด้านอาหารและโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อตัวเองและคนในครอบครัวมากขึ้น อย่ามัวแต่ดูผลบอลเมื่อคืน บอลเมื่อคืน ดูหนัง จนเพลินแล้วมองข้ามสุขภาพ

อาหารรสจัด สารพัดอันตราย

อาหารรสจัด สารพัดอันตราย

ถ้าพูดถึงเรื่องอาหารการกินของคนไทยเรา มีหลากหลายรสชาติหลากหลายเมนู และอาหารไทยก็ยังเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติที่มาเที่ยวประเทศไทยแล้วต้องมากิน เมนูเด็ดหลายๆอย่างที่โดดเด่น หน้าตาของอาหารที่ชวนให้น้ำลายแตก แต่ก็แทบจะทุกเมนูจะมีรสชาติที่จัดจ้าน ดูถูกปากคนไทยอยู่ไม่น้อย ก็ไม่แปลกที่ต่างชาติจะอยากลองกินรสชาติที่ร้อนแรงมากกว่าอาหารของบ้านเขา แต่อาหารรสจัดที่คนไทยติดใจกันนั้นไม่มีผลดีกับสุขภาพของเราเลย

การกินอาหารที่รสชาติเผ็ดจัด ข้อดีของความเผ็ดซี๊ด คือช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือด ความเผ็ดร้อนของอาหารช่วยให้การทำงานของปอดและลำไส้เป็นปกติ และยังช่วยขับเหงื่อขับลมในกระเพาะและลำไส้ บางคนไม่สบายเป็นหวัดคัดจมูกจะเลือกกินอาหารที่มีรสชาติเผ็ดจัด ความร้อนแรงของรสชาติจะทำให้จมูกโล่งรู้สึกสบายตัวขึ้นเหมือนมันช่วยขับของเสียออกมา แต่ความจริงมันอาจมีโรคร้ายรอเราอยู่ ความผิดปกติของบางคนที่ชอบรสจัด ถ้ารุสึกว่าเป็นสิวเยอะๆและรู้ตัวว่าตัวเองชอบกินเผ็ด มันคือตัวกระตุ้นให้ต่อมไขมันเกิดการอักเสบยิ่งถ้าเป็นสิวอยู่แล้วมันจะเป็นเพิ่มขึ้นอีกเมื่อต่อมไขมันในร่างกายทำงานผิดปกติ

แม้การกินเผ็ดจะช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้องได้ แต่ก็ทำให้เกิดอาการ กรดในกระเพราะอาหารทำให้ท้องอืดขึ้นมาแทน คนส่วนใหญ่คิดว่าการกินเผ็ดจะช่วยกำจัดไขมันให้ออกมาในรูปแบบของเหงื่อ ก็อาจจะทำให้เกิดโรคอ้วนได้ เพราะความเผ็ดจะทำให้อยากอาหารและกินเยอะขึ้นเรื่อยๆ หัวใจก็ทำงานหนักเมื่อกระตุ้นการสูบฉีดเลือด โรคหัวใจก็ไม่ใกล้เกินเอื้อมถ้าเราไม่ลดความร้อนแรงของมัน

การกินหวานเกินไป ก็ไม่ต่อร่างกายเช่นกัน เสี่ยงกับโรคร้ายที่ชื่อคุ้นหูคนไทยคือ โรคเบาหวาน ถึงแม้ความหวานจะช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น แต่มันร้ายกาจเกินรสชาติของมัน อาหารคาวที่ใส่หวานจนเกินไป และอาหารหวาน เช่น บิงซู เค้ก ถ้ากินในปริมาณที่มากเกินไปความอ้วนก็จะตามมา และจบลงที่เบาหวาน

อีกหนึ่งรสชาติที่ติดปากคือ รสเค็ม สารอาหารที่อยู่ในความเค็ม เราเรียกมันว่า โซเดียม ที่ช่วยให้ร่างกายควบคุมความสมดุลของของเหลว รักษาระดับความดันให้อยู่ในระดับปกติ คุ้มความเป็นกรด-ด่างในเลือด แต่ถ้าเรารับเจ้าโซเดียมเข้ามาในร่างกายมากเกินไปบ่อยๆ จะทำให้ ไต ทำงานหนักและค่อยๆเสื่อมลงจนทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ เมื่อไตทำงานผิดปกติ ร่างกายก็จะขับน้ำออกไม่ได้ดีเท่าที่ควรอาการที่ตามมาคือ บวมน้ำ จนเป็นสาเหตุที่ทำให้เป็น โรคไตวาย คนไทยจำนวนมากที่เป็นโรคไต ต้องยอมเสียค่ารักษาแพงๆเพื่อฟอกเลือด หรือปลูกไตใหม่ ซึ่งมันไม่คุ้มกันเลยกับรสชาติอาหารที่เราเลือกกินเพื่อแลกกับโรคร้ายมา

การเลือกกินอาหารที่รสจัดจนเกินไป มันไม่ดีต่อสุขภาพเราแน่นอน ไม่ว่าจะรสชาติไหน ถ้ามีคำว่าเกินไปมันไม่มีผลดีกับเราแน่นอน ลองปรับเปลี่ยนรสชาติให้อยู่ในคำว่าพอดี ไม่เผ็ดเกิน ไม่หวานเกิน ไม่เปรี้ยวไม่เค็มจนเกินไป เพราะโรคร้ายที่จะตามมามันร้ายแรงยิ่งกว่า ลดระดับให้อยู่ในความพอดี ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากโรคร้าย

การกินอาหารที่รสชาติเผ็ดจัด