Uncategorized

ของขวัญวาเลนไทน์ที่คนนิยมให้กัน

การให้ของขวัญวันวาเลนไทน์เป็นตัวแทนที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และยังสามารถเก็บเป็นของที่ระลึกไว้ได้นานด้วย เรามาดูกันว่าจะมีของขวัญอะไรบ้าง ที่คนนิยมมอบให้กันในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี

สิ่งของที่คนนิยมให้กันในวันแห่งความรัก

ดอกกุหลาบ กุหลาบนับเป็นดอกไม้แห่งความรักที่คลาสสิกใช้มอบให้แก่กันมายาวนาน เป็นตัวแทนที่บอกถึงความรักและความห่วงใยแก่คนรัก โดยมีความหมายของสีสันที่แตกต่างกัน เช่น สีแดงหมายถึงความรักอมตะ สีขาวหมายถึงความรักที่บริสุทธิ์ สีชมพูหมายถึงความรักที่สมบูรณ์แบบ เป็นต้น บางกรณีอาจจะเปลี่ยนจากดอกกุหลาบเป็นดอกคาร์เนชั่นหรือดอกลิลลี่ ซึ่งหมายถึงความรักที่สดใสและร่าเริงก็ได้เช่นกัน

ช็อกโกแลต ช็อกโกแลตถือว่าเป็นขนมหวานที่คู่รักนิยมมอบให้แก่กันในวันวาเลนไทน์มากทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีการออกแบบช็อกโกแลตให้มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม เหมาะสำหรับการมอบให้แก่คนรักทั้งวัยเรียนและวัยทำงาน และยังเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานหลายเดือนด้วย ทั้งนี้ ในญี่ปุ่น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ผู้หญิงจะนำไปช็อกโกแลตไปมอบให้กับฝ่ายชายที่ตัวเองให้ตัวเองปลื้ม และอีก 1 เดือนต่อมา ฝ่ายชายจะนำช็อกโกแลตไปมอบคืนให้ เป็นการตอบแทนความรักแก่ฝ่ายหญิง

ตุ๊กตาหมี ตุ๊กตาหมีเป็นสัญลักษณ์แห่งความน่ารักอบอุ่น มีหลายขนาดและหลายรูปแบบ เช่น ตุ๊กตาหมีที่ใส่น้ำหอมปรับอากาศในรถยนต์ พวงกุญแจตุ๊กตาหมีสำหรับห้อยเป้ ตุ๊กตาหมีขนาดใหญ่เท่าคนสำหรับวางไว้บนเตียงนอน ฯลฯ คุณสามารถเลือกสีสันและประโยชน์ใช้สอยให้เหมาะกับคนรักได้อย่างอิสระเลยทีเดียว

น้ำหอม น้ำหอมเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทั้งชายและหญิงนิยมใช้ เพื่อช่วยในการเสริมสร้างความมั่นใจ แต่ละคนจะมีกลิ่นและแบรนด์ที่ถูกใจเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง การมอบน้ำหอมให้แก่กันจึงแสดงถึงความเอาใจใส่ นับเป็นของขวัญที่น่าประทับใจและได้ประโยชน์การใช้งาน จึงมีความคุ้มค่าด้วย

การทำคลิปวีดีโอ เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเอาใจใส่และความทุ่มเทอย่างมาก ปัจจุบัน สามารถนำรูปถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ ที่เป็นภาพขณะที่คุณสองคนไปท่องเที่ยวด้วยกัน หรือภาพที่คุณแอบถ่ายคนรักไว้ก็ได้ มาตัดต่อใส่เพลงและถ้อยคำพิเศษ ทำเป็นคลิปวีดีโอให้แก่คนรัก จะเป็นของขวัญที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครแน่นอน

ของขวัญที่ทำให้คู่รักประทับใจในวันวาเลนไทน์มีหลากหลายประเภท ไม่จำเป็นต้องซื้อสิ่งที่มีราคาแพง แต่ควรเป็นสิ่งที่มีความหมายดี ๆ ระหว่างกัน ตัวอย่างที่เราแนะนำมาเป็นตัวเลือกที่คนนิยม ซึ่งคุณสามารถเลือกที่ตรงกับความสนใจได้ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นไอเดียที่ทำให้คุณเลือกของขวัญวันวาเลนไทน์ได้ประทับใจคนรักมากกว่าเดิม

สิ่งของที่คนนิยมให้กันในวันแห่งความรัก

อยากนอนหลับดีขึ้น ต้องรู้เคล็ดลับ 2019

อยากนอนหลับดีขึ้น ต้องรู้เคล็ดลับ 2019

คุณภาพการนอนหลับของคนเราจะดีขึ้นได้ ด้วยการจัดสิ่งแวดล้อมในห้องนอนและการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม ซึ่งการนอนหลับได้สนิทและนานเพียงพอ สำคัญต่อประสิทธิภาพการทำงานที่ดีและส่งผลต่อสภาวะอารมณ์ที่แจ่มใสตลอดทั้งวัน

เคล็ดลับที่จะทำให้นอนหลับได้อย่างมีคุณภาพขึ้น มีดังต่อไปนี้

1. การใช้ม่านกันแสงยูวี

สารเมลาโทนินเป็นสิ่งที่ร่างกายสร้างช่วงกลางคืน เพื่อช่วยให้นอนหลับได้สนิท การติดม่านป้องกันแสงยูวีจึงช่วยให้ห้องมืดได้นานขึ้น เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มักทำงานจนดึกและตื่นสาย เพื่อให้มีชั่วโมงการนอนหลับที่ดีเพียงพอ 6-8 ชั่วโมง

2. ควบคุมแสงสว่างในห้องนอน

การใช้ไฟหรี่ในห้องนอนเป็นสิ่งสำคัญ ควรใช้ไฟหลอดไฟที่เป็นโทนสีส้ม หรือไฟแบบ dim light ที่สามารถปรับระดับความเข้มแสงได้ตามต้องการ ทั้งนี้มีการศึกษาพบว่า แสงไฟที่เป็นโทนสีส้ม จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดความเครียดได้เร็ว ทำให้หลับได้ลึกและเร็วขึ้น

3. โทนสีห้องนอน

โทนสีครีม ส้ม และน้ำตาล เป็นสีที่ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายได้ จึงควรใช้สีเหล่านี้ทาผนังหรือเลือกวอลเปเปอร์ที่เป็นโทนสีน้ำตาล เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ควรเลือกดอกไม้ประดิษฐ์ ตุ๊กตาหรือของประดับแต่งห้องที่เป็นโทนสีอ่อนแบบพาสเทล เพื่อให้รู้สึกคลายจากความตึงเครียดได้ดียิ่งขึ้นด้วย

4. ใช้กลิ่นบำบัด

การจุดเทียนหอมหรือการใช้ diffuser เป็นเคล็ดลับที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายในห้องนอน ซึ่งมีการวิจัยยืนยันว่ากลิ่นที่ช่วยให้คุณภาพในการนอนหลับดียิ่งขึ้น ได้แก่ กลิ่นมะลิ กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นกุหลาบ เป็นต้น

5. ใช้เสียงเพลงช่วยสร้างบรรยากาศ

การเปิดเพลงบรรเลงแนวคลาสสิก ที่เป็นจังหวะช้า หรือเพลงแนวกล่อมเด็ก สามารถช่วยให้การนอนหลับรวดเร็วยิ่งขึ้น

6. ความเย็นภายในห้องนอน

ควรตั้งอุณหภูมิภายในห้องนอน ไว้อยู่ที่ 22-25 องศา เพื่อให้หลับได้สบายยิ่งขึ้น การที่อากาศร้อนหรือเย็นเกินไป จะทำให้มีอาการกระสับกระส่ายและตื่นระหว่างคืน ทำให้คุณภาพในการนอนหลับต่ำ ทำให้อ่อนเพลียในช่วยเวลาเช้าได้ นอกจากนี้ ต้องใส่ใจการล้างแอร์และฟอกอากาศอยู่เสมอ จะทำให้อากาศปลอดโปร่งและลดปัญหาโรคภูมิแพ้หอบหืดที่รบกวนการนอนหลับได้

7. งดการใช้โทรศัพท์ก่อนนอน

การใช้โทรศัพท์จะกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว หลับยาก มีการวิจัยพบว่าผู้ที่วางโทรศัพท์ไว้ใกล้ตัวเวลานอน จะมีคุณภาพการนอนหลับที่ต่ำ และมักกังวลกับการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นทางโซเชียลตลอดเวลา จึงควรงดใช้มือถือก่อนเวลานอน 2-3 ชั่วโมงขึ้นไป

จะเห็นได้ว่า องค์ประกอบในการจัดห้องนอนที่เหมาะสมและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับได้อย่างมาก หวังว่าบทความนี้ จะทำให้ทุกท่านใส่ใจกับการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในห้องนอน เพื่อให้สามารถหลับได้ง่ายและสนิทยาวนานยิ่งขึ้น

เคล็ดลับที่จะทำให้นอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ